สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองเจนิน เขตเวสต์แบงก์ เมื่อวันที่ 4 ก.ค. ว่า กระทรวงสาธารณสุขปาเลสไตน์รายงานจำนวนผู้เสียชีวิตจากปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่ของกองกำลังป้องกันอิสราเอล (ไอดีเอฟ) ที่ใช้การโจมตีทั้งทางบกและทางอากาศ ต่อเป้าหมายหลายแห่งในเมืองเจนิน ทางตอนเหนือของเขตเวสต์แบงก์ ซึ่งเปิดฉากเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็นอย่างน้อย 9 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกมากกว่า 100 คน

กลุ่มควันพวยพุ่งจากสถานที่แห่งหนึ่ง ในเมืองเจนิน ของเขตเวสต์แบงก์ ซึ่งเป็นผลจากปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอล


ปฏิบัติการดังกล่าวเกิดขึ้นประมาณ 2 สัปดาห์ หลังเฮลิคอปเตอร์ของไอดีเอฟ ปฏิบัติการ “ต่อต้านการก่อการร้าย” ในเมืองเจนิน โดยมีการยิงขีปนาวุธออกจากเฮลิคอปเตอร์ด้วย และมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 7 ราย จากเหตุการณ์ในวันนั้น


ด้านนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ผู้นำอิสราเอล กล่าวว่า เป้าหมายของปฏิบัติการครั้งนี้คือ “เพื่อทลายรังผู้ก่อการร้าย” ในเมืองเจนิน ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของค่ายผู้ลี้ภัยขนาดใหญ่ ที่รัฐบาลอิสราเอลกล่าวมาตลอดว่า “เป็นแหล่งซ่องสุมของผู้ก่อการร้าย”

สมาชิกกองกำลังปาเลสไตน์ ยิงปืนเข้าใส่พาหนะของกองทัพอิสราเอล ที่เมืองเจนิน ในเขตเวสต์แบงก์


ขณะที่ไอดีเอฟออกแถลงการณ์เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ว่าปฏิบัติการโจมตีสามารถทำลายศูนย์ปฏิบัติการร่วมของ “กองกำลังนักรบเจนิน” นอกจากนี้ ไอดีเอฟยืนยันการทำลาย “ศูนย์สังเกตการณ์และการสอดแนม” คลังแสงอาวุธ และสถานที่กบดานของบรรดานักรบ ซึ่งพยายามก่อเหตุโจมตีอิสราเอล ตลอดระยะเวลาไม่กี่เดือนที่ผ่านมา


ทั้งนี้ สถานการณ์ในเขตเวสต์แบงก์ทวีความรุนแรง นับตั้งแต่รัฐบาลขวาจัดของเนทันยาฮู กลับมารับตำแหน่งอีกครั้ง เมื่อเดือน ธ.ค. ปีที่แล้ว อนึ่ง ความรุนแรงระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์นับตั้งแต่ต้นปีนี้ คร่าชีวิตชาวปาเลสไตน์อย่างน้อย 186 ราย ชาวอิสราเอลอย่างน้อย 25 ราย ชาวยูเครน 1 ราย และชาวอิตาเลียน 1 ราย.

เครดิตภาพ : AFP