สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 5 ก.ค. ว่า ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (ไอเออีเอ) ออกแถลงการณ์ เกี่ยวกับผลการประเมินขั้นสุดท้าย ต่อแผนการของญี่ปุ่น ในการทยอยปล่อยน้ำปนเปื้อนกัมมันตรังสีของโรงไฟฟ้าฟุกุชิมะ ที่ผ่านกระบวนการกรอง เพื่อลดสารอันตรายลงไม่น้อยกว่า 40% ลงสู่ทะเล เป็นปริมาณมากกว่า 1 ล้านตัน ว่า “เป็นไปตามมาตรฐานระหว่างประเทศ” และ “จะมีผลกระทบทางรังสีวิทยาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น”
ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นมีมติครั้งแรก เมื่อเดือน เม.ย. 2564 ให้เทปโกทยอยปล่อยน้ำปนเปื้อนกัมมันตรังสีจากโรงไฟฟ้าฟุกุชิมะมากกว่า 1 ล้านตัน จากอ่างเก็บ 1,020 แห่ง ลงสู่มหาสมุทรแปซิฟิก ภายในอีก 2 ปีข้างหน้า โดยมีการประเมินในเวลานั้นว่า อ่างเก็บน้ำเสียภายในโรงไฟฟ้า ที่รองรับปริมาณน้ำได้สูงสุด 1.37 ล้านตัน จะเต็มความจุภายในปี 2565
.@IAEAorg has now finished its assessment of #Japan’s plans to release the water stored at the #Fukushima Daiichi Nuclear Power Plant, confirming the plans to be in line with IAEA safety standards.
— Rafael MarianoGrossi (@rafaelmgrossi) July 4, 2023
???? Full video: https://t.co/XW7vTswLnr pic.twitter.com/tUcqi4bW7j
แม้กระบวนการยุติการดำเนินงานทั้งหมดของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งนี้ “ยังต้องใช้เวลานานอีกหลายทศวรรษ” แต่การระบายน้ำเสีย “เป็นหนทางหลีกเลี่ยงไม่ได้ และเลื่อนไม่ได้อีกแล้ว” อีกทั้ง “เป็นวิธีการซึ่งเป็นไปได้มากที่สุด” ในการกำจัดน้ำเสียเหล่านี้
แม้เทปโกยืนยันการใช้ครื่องกรองน้ำเสียประสิทธิภาพสูง เพื่อคัดแยกสารอันตรายออกจนเกือบหมด คงเหลือเพียง “ทริเทียม” ซึ่งผู้เชี่ยวชาญยืนยันว่า ต้องเป็นการบริโภค “ปริมาณมหาศาล” จึงจะก่อให้เกิดอันตรายถึงแก่ชีวิต อย่างไรก็ตาม ชาวญี่ปุ่นจำนวนไม่น้อย ตลอดจนประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะจีนและเกาหลีใต้ ตลอดจนกลุ่มประเทศหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก ยังคงเรียกร้องให้รัฐบาลโตเกียว “ทบทวนมาตรการ”.
เครดิตภาพ : AFP



