สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองกว่างโจว ประเทศจีน เมื่อวันที่ 1 พ.ค. ว่าเทศบาลเมืองกว่างโจว ในมณฑลกวางตุ้ง ทางตอนใต้ของจีน ประกาศเทศบัญญัติใหม่ เพื่อควบคุมและยกระดับมาตรฐานการทำติ่มซำ โดยระบุว่า ติ่มซำที่เป็นเอกลักษณ์ของเมือง โดยเฉพาะเมนูยอดนิยมอย่าง ฮะเก๋า ขนมจีบ และ ก๋วยเตี๋ยวหลอด จะต้องผ่านกระบวนการทำด้วยมือและปรุงสุกในร้านเป็นหลัก
ทั้งนี้ ร้านอาหารต้องระบุให้ชัดเจนหากเมนูนั้นไม่ได้ปรุงสดใหม่ในครัว เพื่อให้ผู้บริโภคมีสิทธิเลือกและรับทราบคุณภาพของอาหารที่จ่ายเงินซื้อ มาตรการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อจำกัดการใช้ติ่มซำแช่แข็งจากโรงงาน ที่เพียงแค่นำมานึ่งซ้ำแล้วเสิร์ฟ
ร้านอาหารแห่งใดซึ่งยังคงรักษาวิธีการปรุงติ่มซำแบบสด จะได้รับเครื่องหมายรับรองหรือการสนับสนุนจากภาครัฐ ซึ่งเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้ธุรกิจ
รัฐบาลจีนมองว่า ติ่มซำไม่ใช่แค่การรับประทานเพื่อให้อิ่ม แต่คือวัฒนธรรม “หยำฉา” หรือการจิบชาแกล้มอาหารว่าง ซึ่งหัวใจสำคัญคือความละเมียดละไมของวัตถุดิบ และความชำนาญของเชฟผู้ปรุงอาหาร
อย่างไรก็ตาม ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ต้นทุนค่าแรงที่สูงขึ้นทำให้ร้านอาหารหลายแห่งหันไปซื้อติ่มซำแช่แข็งจากโรงงานเพื่อลดต้นทุน ซึ่งมีรสชาติและเนื้อสัมผัสสู้ของทำสดไม่ได้ ทำให้เสน่ห์ของอาหารกว่างโจวเริ่มจืดจางลง
แม้ประชาชนส่วนใหญ่ขานรับแนวคิดนี้ แต่มีความวิตกกังวลเช่นกัน ว่ากฎระเบียบนี้อาจส่งผลให้ราคาติ่มซำในร้านที่ “ทำสดตามมาตรฐาน” ปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากต้นทุนแรงงานเชฟที่เชี่ยวชาญ
อนึ่ง กรณีนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่จีนพยายามออกมาตรฐานอาหาร ก่อนหน้านี้เคยมีการกำหนดมาตรฐาน “ข้าวผัดหยางโจว” หรือ “บะหมี่หลานโจว” มาแล้ว แต่กรณีของติ่มซำกว่างโจวมีความเข้มงวดเรื่อง “กระบวนการผลิต” มากเป็นพิเศษ เพื่อต่อสู้กับกระแสอาหารกึ่งสำเร็จรูป ที่กำลังรุกตลาดท้องถิ่นอย่างหนัก.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



