เมื่อวันที่ 5 ก.ค. ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ตนได้ประชุมหารือร่วมกับผู้บริหาร วิทยาลัยเทคโนโลยีมีนบุรีโปลีเทคนิคหรือ มีนโป พร้อมด้วย พ.ต.อ.โฆษิต บุญทวี รอง ผบก.น.3 พ.ต.อ.กฤษ ก้อมน้อย ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลมีนบุรี นายทวีศักดิ์ คิ้วทอง ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคมีนบุรี ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการศูนย์ความปลอดภัย (ประธานกลุ่มจตุจักร) นางสมฤดี ฉิมมุสิก ผู้อำนวยการสำนักบริหารการอาชีวศึกษาเอกชน นายจักรพันธ์ พุทธวงศ์ ผู้อำนวยการศูนย์นิติการและธรรมาภิบาลอาชีวศึกษา นายพิษณุเวท โพธิ์เพ็ชร ผู้อำนวยการวิทยาลัยพณิชยการอินทราชัย ประธานกรรมการสืบหาข้อเท็จจริง ผู้บริหารสถานศึกษากลุ่มจตุจักรตำรวจ และผู้เกี่ยวข้อง ว่าตามที่สื่อมวลชนเสนอข่าวว่านักเรียนนักศึกษาของทางวิทยาลัยฯ ถูกจับกุมในคดีเกี่ยวกับการก่อเหตุความรุนแรง รวมถึงการจับอาวุธร้ายแรงเกิดขึ้นบ่อยครั้งนั้น ทางสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ไม่ได้นิ่งนอนใจ มีนโยบายสถานศึกษาปลอดภัย สถานศึกษาแห่งความสุข
เลขาธิการ กอศ. กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้ตนได้สั่งการและกำชับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งศูนย์ความปลอดภัย และสำนักบริหารอาชีวศึกษาเอกชน มีการประชุมร่วมกับทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หลายครั้ง และในวันนี้ตนได้ลงมาประชุมติดตามนโยบายและดูปัญหาดังกล่าวด้วยตนเอง และได้ร่วมประชุมหารือแนวทางการเฝ้าระวังป้องกันและแก้ปัญหาเหตุความรุนแรง โดยยึดหลัก 3 ป คือ การป้องกัน ปลูกฝัง และปราบปราม ให้มีประสิทธิภาพเกิดประสิทธิผลจริงๆ โดยเฉพาะวิทยาลัยในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล บางแห่งที่ยังเกิดเหตุบ่อยครั้ง โดยการมาประชุมหารือในวันนี้ตนได้กำชับผู้บริหารของทางสถานศึกษา ให้มีแผนเฝ้าระวังและมาตรการที่ชัดเจนเป็นรูปธรรม ให้เพิ่มความเข้มข้นมากกว่าเดิม และจะต้องไม่ให้มีเหตุการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้นอีก ไม่ว่าจะเป็นด้านร่างกาย จิตใจ หรือทรัพย์สิน รวมถึงกิจกรรมหรือสิ่งอื่นที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา สถานศึกษาต้องเน้นการส่งเสริมเรื่องระเบียบวินัยให้นักเรียนนักศึกษามีคุณธรรมจริยธรรม เป็นคนเก่งเป็นคนดีอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข
ว่าที่ร้อยตรี ธนุ กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนได้เน้นย้ำต่อผู้บริหารของทางวิทยาลัยเทคโนโลยีมีนบุรีโปลีเทคนิคหรือมีนโป ว่าทางสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ขอให้ทางวิทยาลัยฯ ได้มีโอกาสปรับปรุงการบริหารงานให้ได้คุณภาพมาตรฐานมีความปลอดภัยตามที่คณะกรรมการสืบหาข้อเท็จจริงรายงานมาให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เป็นเรื่องๆ ไป ซึ่งบางเรื่องอาจจะใช้น้อยเพียงไม่เกิน 7 วัน บางเรื่องอาจถึง 30 วัน ซึ่งตนจะมอบหมายให้ทางกลุ่มจตุจักร ศูนย์ความปลอดภัย และสำนักบริหารอาชีวศึกษาเอกชนติดตามรายงานเป็นระยะ และหากต้องการส่งต่อนักเรียนนักศึกษาที่มีปัญหา ตนก็พร้อมจะให้หน่วยงานเครือข่ายที่ได้ลงนามความร่วมมือไว้แล้ว เช่น กรมสุขภาพจิต กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มาช่วยแก้ปัญหา และยังได้กำชับกับผู้บริหารสถานศึกษาว่าต้องให้ความร่วมมือกับทางตำรวจในพื้นที่ ในการแก้ปัญหาร่วมกันเต็มที่ไม่ปกปิดข้อมูล



