รศ.ดร.ณกมล ปุญชเขตต์ทิกุล อาจารย์ประจำคณะมนุษยศาสตร์ และสังคมศาสตร์ กรรมการบริหารพุทธวิชชาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร กล่าวว่า ตามที่ที่ประชุมคณะกรรมการการศึกษาพระปริยัติธรรม (กศป.) ได้ให้ความเห็นชอบอนุบัญญัติดังนี้ 1.การจัดทำหลักสูตรการเรียนการสอน 2.การจัดทำมาตรฐานการศึกษา 3.การประกันคุณภาพการศึกษา 4.การรับรองหลักสูตร การรับรองผู้จบหลักสูตร 5.คุณสมบัติของบุคลากรการสอน สายสนับสนุน กำหนดกรอบ เกณฑ์ มาตรฐาน 6.การวางโครงสร้างภายใน เช่น บุคลากรสอดคล้องกับภาระงาน 7.การบริหารจัดการภายในองค์กร 8.การตรวจสอบภายใน 9.การกำหนดระเบียบพัสดุ การขึ้นทะเบียนพัสดุ 10.การกำหนดมาตรฐานและคุณสมบัติของครู นักเรียน ที่จบหลักสูตร และ 11.การกำหนดโทษทางวินัย และจะมีการเสนอไปยังสำนักงบประมาณ เพื่อเป็นเอกสารประกอบการของบฯ ที่สำนักงบประมาณขอเพิ่มเติม นั้น
รศ.ดร.ณกมล กล่าวต่อไปว่า อนุบัญญัติดังกล่าวจะเป็นการช่วยลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และมีมาตรฐานการศึกษาที่เป็นไปตามกรอบคุณวุฒิสากล เพราะปัญหาการบริหารงานบุคคล ถือเป็นปัญหาเร่งด่วนในการปฏิรูปการปริยัติศึกษา ที่ต้องจัดระบบและอาศัยความต่อเนื่อง ตั้งแต่การวางแผนกำลังคน การสรรหา การแต่งตั้ง การบำรุงและพัฒนา การจัดการระบบค่าตอบแทนและสวัสดิการ การบริหารการเกษียณอายุราชการ โดยเน้นการพัฒนาและสร้างขวัญกำลังใจ นโยบายการบริหารงานบุคคลต้องยึดหลักการแต่งตั้งบุคคลตามคุณความดีและหลักธรรมาภิบาล ต้องอิงกับเกณฑ์มาตรฐานการศึกษาของรัฐเป็นหลัก ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องยอมปรับตัว และเรียนรู้กับหลักเกณฑ์ที่จะมีการเปลี่ยนแปลงไป ที่จะช่วยยกระดับในการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนให้มีคุณภาพและมาตรฐานเท่าเทียมได้
รศ.ดร.ณกมล กล่าวอีกว่า นอกจากนี้มองว่าต้องปรับปรุงผลการดำเนินการให้ทันยุคสมัย เช่น หลักสูตรที่ทับซ้อนกัน วิธีการสอนที่ล้าสมัย ทำให้ผู้เรียนภาษาบาลีโดยเฉพาะกลุ่มพระสงฆ์สามเณรไม่สนใจ ไม่อยากเรียน เพราะมีแต่ความจำ ขณะที่ผู้เรียนจะมีคำถาม จบธรรมบาลีศึกษาจะใช้อะไรในการทำงานให้สำเร็จ ส่วนครูผู้สอนเองไม่มีจินตนาการในการสอน ไม่มีแรงบันดาลใจใหม่ๆ ในการสอน ดังนั้นบทบาทของการปริยัติศึกษาแผนกสามัญ และแผนกธรรม-บาลี ที่เปลี่ยนแปลงไปในสังคมสมัยใหม่ จำเป็นต้องประเมินผลการจัดการศึกษาใหม่ ปรับให้เหมาะกับความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของสังคม ต้องทำหลักสูตรที่วัดผลได้ ประเมินผลได้ ตามแบบการจัดการจัดการศึกษาสมัยใหม่มากขึ้น การเรียนรู้ต้องมีเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาช่วยให้การศึกษามีความลึก กว้าง น่าสนใจ มีการจัดลำดับขั้นของหลักสูตรเป็นรายวิชาต่างๆ ให้ง่ายต่อการเรียนรู้ โดยในอนาคตอาจต้องมีรายวิชาเลือกบังคับและเลือกเสรี เพื่อทำให้การเรียนการสอนมีความสะดวกกับผู้เรียนในช่วงชั้น และระดับอายุมากขึ้น ทั้งนี้แม้จะมี พ.ร.บ.การปริยัติศึกษาพระปริยัติธรรม แล้ว แต่การเอาชนะความท้าทายที่เกี่ยวข้องกับการปริยัติศึกษาแผนกสามัญให้ควบคู่ไปกับแผนกธรรม-บาลี เป็นเรื่องที่ท้าทายยิ่งกว่า เพราะถือเป็นการยกระดับการจัดการศึกษาของคณะสงฆ์


