“ตอนผมไปเรียน คนจีนให้การต้อนรับคนไทยมาก เวลคัมสุด ๆ ที่ผ่านมาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–จีน 48 ปี เป็นสิ่งที่คนจีนรับรู้ จึงค่อนข้างมีความผูกพันกับคนไทย ร้านอาหารไทยในเมืองจีนก็ได้รับการตอบรับที่ดีจากคนจีน แต่ละร้านที่ไปเปิดจะเห็นคนเข้าใช้บริการเต็มตลอด อาหารไทยขายดีมาก”
ประโยคแรกที่ ดร.ธัณธชา จันทาภากุล หรือ “ดร.พั้น” Chief Executive Officerบริษัท Strong Solutions กล่าวกับ ทีมข่าวเดลินิวส์ ถึงความประทับใจที่ได้รับจากการได้มีโอกาสไปศึกษาต่อในระดับปริญญาเอก ด้านวิศวกรรมอาหาร ที่ มหาวิทยาลัยเจ้อเจียง เมืองหางโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน ก่อนที่จะเล่าถึงที่มาในการไปศึกษาต่อที่นี่ว่า หลังจากศึกษาในประเทศไทย จบปริญญาตรี 2 ใบ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และที่ประเทศอังกฤษ ด้านวิศวกรรมเครื่องกล จากนั้นเดินทางไปเรียนต่อปริญญาโทสาขาการลงทุน พอจบมาก็ได้ทำงานเกี่ยวกับซื้อ ขาย เครื่องจักร มีการเจรจาการค้ากับทั้งทางประเทศแถบทวีปยุโรปและจีนด้วย
“ปริญญาเอก” คนแรกของสาขา จากมหาวิทยาลัยเจ้อเจียง
พอทำงานไปได้สักพักก็มองว่าอยากที่จะเพิ่มเติมความรู้จึงได้ปรึกษาคุณพ่อ ที่เป็น รองประธานสภาวัฒนธรรมไทย–จีนและส่งเสริมความสัมพันธ์ ท่านได้แนะนำว่า ที่ประเทศจีนมีความก้าวหน้าไปมากด้านการศึกษา ด้านเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยหลายแห่งก็มีชื่อเสียงติดอันดับโลก ประกอบกับทางรัฐบาลจีนก็มีทุนให้ด้วย จึงตัดสินใจสมัครเรียนที่ มหาวิทยาลัยเจ้อเจียง ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงติดอันดับ 1 ใน 3 ของมหาวิทยาลัยจีน และติด 1 ใน 100 ของมหาวิทยาลัยทั่วโลก โดยได้สมัครเรียนใน ระดับปริญญาเอก สาขาวิศวกรรมอาหาร ถือเป็น “คนไทยคนแรก” ที่เข้าเรียนสาขาวิชานี้ ที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้
ดร.ธัณธชา ยอมรับว่า เคยแต่ไปเที่ยวจีน ไม่เคยมาเรียน ไม่เคยต้องมาใช้ชีวิตอยู่เป็นปี ๆ แน่นอนว่าก่อนที่จะไปเรียนมีความกังวลอยู่บ้าง แต่เมื่อไปอยู่พบว่าทางมหาวิทยาลัยปฏิบัติกับชาวต่างชาติดีมาก มีการต้อนรับที่ดีสำหรับนักศึกษาชาวต่างชาติ พอเข้าไปเรียนอาจารย์ที่สอนจะได้รับการคัดเลือกมาอย่างดี เป็นผู้ที่เชี่ยวชาญในสาขานั้น ๆ จริง ๆ และยังมีคอนเนกชันที่ดีกับผู้ใหญ่ในเมืองจีนอีกด้วย ที่สำคัญในเรื่องการทำวิจัย มหาวิทยาลัยแห่งนี้จะสนับสนุนงบประมาณอย่างเต็มที่ อุปกรณ์ที่ใช้ก็มีคุณภาพดี ทำให้เมื่อทำงานวิจัยแล้ว ค่าการคำนวณต่าง ๆ จะแม่นยำมาก และเมื่อได้รับการตีพิมพ์ออกมาจะมีความน่าเชื่อถือ

โดยงานวิจัยระดับปริญญาเอกของ ดร.ธัณธชา คือ การวิจัยเกี่ยวกับระบบอัลตราซาวด์สำหรับการพาสเจอไรซ์ ซึ่งทางห้องแล็บในประเทศจีนได้นำไปใช้ต่อ ทั้งยังได้มีการจดลิขสิทธิ์แล้วด้วย ซึ่ง ดร.ธัณธชา บอกว่า เป็นสิ่งที่ถือได้ว่าเป็นการทำประโยชน์ให้กับมหาวิทยาลัย และเมื่อกลับมาที่เมืองไทยก็ได้นำความรู้มาแนะนำให้กับบริษัทในไทยในแง่ของธุรกิจอาหาร ในการให้คำปรึกษาด้วย
แนะเสริมทักษะภาษาจีนก่อนไปเรียนต่อ
ปัจจุบัน ดร.ธัณธชา ได้มาจับธุรกิจด้านการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ และด้วยความผูกพันกับชาวจีน ทำให้ ดร.ธัณธชา มองว่า ตอนนี้มีชาวจีนเข้ามาอาศัยในไทยมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ในอนาคตชาวจีนจะต้องมาซื้ออสังหาริมทรัพย์ในรูปแบบต่าง ๆ มากขึ้น บางคนจะต้องมีการขอสินเชื่อ ซึ่งทางบริษัทก็พร้อมให้คำปรึกษาให้กับชาวต่างชาติ โดยเฉพาะคนจีนด้วย หากมีชาวจีนที่สนใจเข้ามารับคำปรึกษาได้เลย

“อยากฝากกับผู้ที่ต้องการไปศึกษาต่อที่ประเทศจีน คือ หากจะไปเรียนต่อที่จีน แน่นอนสิ่งสำคัญที่ควรต้องมีคือ การพูดภาษาจีน แม้ว่าในหลักสูตรนานาชาติที่รับนักศึกษาจากหลายประเทศเข้ามาเรียน จะมีการใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก แต่ก็จำเป็นที่จะต้องพูดภาษาจีนให้ได้ด้วย ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสให้กับตัวเราเองมากขึ้น เช่น ในเรื่องการทำงานสำหรับคนที่ต้องการหางานทำในประเทศจีน หรือคนที่ต้องการทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย โดยสามารถเข้ามาขอรับคำปรึกษาที่สภาวัฒนธรรมไทย–จีนฯ ได้” ดร.ธัณธชา กล่าว
ดร.ธัณธชา นับเป็นอีกหนึ่งเสียงจากคนที่ได้มีโอกาสไปใช้ชีวิตเรียนต่อในระดับปริญญาเอกที่ประเทศจีน ที่ยืนยันได้ถึงสายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นของไทยกับจีน สมดังคำกล่าวที่ว่า “จีนไทยใช่อื่นไกล พี่น้องกัน”.





