โดยตั้งใจว่าระหว่างทางก็จะแวะ selfie กับ ศิลปะ graffiti สวย ๆ บนผนังรั้วที่มีมากมายตลอดเส้นทาง แต่ในระหว่าง selfie อยู่นั้น ก็มีนักปั่นกลุ่มหนึ่งผ่านหน้าผมไป ซึ่งดูวิธีขี่รู้เลยว่าต้องขั้นเทพ ผมจึงรีบกระโจนขึ้นบนอานจักรยาน แล้วขี่ไล่ตามกลุ่มนั้นไป ผมสังเกตจังหวะการสับขาและกล้ามเนื้อน่องของนักปั่นที่อยู่ด้านหน้า ทันใดนั้นผมก็จำได้ทันทีว่า นี่คือ “ตำนานจักรยานแมน” พี่โจ้-ชัยยุทธ โล่ธุวาชัย ผู้เป็นแรงบันดาลใจของผม และผู้รักจักรยานทั่วกรุงเทพฯ ผมจึงตะโกนว่าพี่โจ้ครับ ผมขออนุญาตขี่ตามไปด้วยนะครับ พี่โจ้หันมายิ้มและบอกว่า เมื่อกี้ผมเห็นพี่แล้วเอาแต่เก๊กท่าถ่ายรูปอยู่ ตามมาเลยครับ ผมขี่ตามพี่โจ้ลัดเลาะตามทางลัด ออกถนนใหญ่บ้าง เลียบริมด่วนไปบ้าง จนตามไปทันที่ไฟแดง จึงบอกพี่โจ้ว่าหยุดคุยกันสักแป๊บดีไหมครับ

จากนั้นผมและพี่โจ้ เรานั่งคุยกันใต้ต้นปาล์มมริมทางด่วนเรื่อง อนาคตของกรุงเทพฯ เมืองจักรยานไปถึงไหนแล้ว พี่โจ้บอกว่าก้าวหน้าไปมาก แถวนี้จากนิด้าถึงคลองตันสะดวกขึ้นมาก โดยมีทางลาดที่เหมาะสม มีทางแยกทะลุพื้นที่เพิ่มขึ้น และเริ่มมีร้านอาหาร ร้านกาแฟ และพื้นที่สาธารณะที่เข้าไปได้ง่าย และเริ่มมีจุดจอดที่ปลอดภัยเพื่อการเชื่อมต่อเรือ รถเมล์ และรถไฟฟ้าที่จะเปิดให้บริการในอนาคตอันใกล้ ซึ่งบริเวณนี้จะเป็น 1 ในต้นแบบที่จะเชื่อมต่อเขตต่าง ๆ ทั่วกรุงเทพฯ ในอนาคต และต้องทำให้เป็นจริงให้ได้ก่อนปี 2030 เมื่อได้ฟัง ก็ทำให้ผมยิ้มดีใจ แต่อดคิดไม่ได้ว่า ผมจะมีชีวิตนานพอที่จะได้เห็นฝันนี้ไหม

อย่างไรก็ตาม พี่โจ้ยังบอกว่า เราต้องรีบกระตุ้นผู้คนให้ช่วยกันทำมหานครแห่งนี้ให้ยั่งยืน ด้วยการทำให้เมืองของเราต้องเชื่อมต่อกันได้ด้วยการเดิน จักรยาน และพาหนะคาร์บอนต่ำ อีกทั้งตามทางต้องร่มรื่นด้วยต้นไม้สีเขียว ซึ่งต้องทำให้ดีจนคนเลิกใช้รถส่วนตัวโดยไม่จำเป็น นอกจากนี้ พี่โจ้ยังบอกให้ผมเตรียมฟิตตัวไว้ สำหรับวัน Car Free Day ในปีนี้ คือวันที่ 22 กันยายน 2023 เพราะปีนี้ กทม. เตรียมจัดงานใหญ่ ซึ่งเราจะไปจับตาดูผู้นำทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ นักการเมือง และบุคคลสำคัญต่าง ๆ ว่าไปทำงานด้วยวิธีใดโดยไม่ใช้รถยนต์ส่วนตัว และจะช่วยลดคาร์บอนได้ทั้งหมดเท่าไร จากนั้นจึงต่อด้วยวันเสาร์และอาทิตย์ที่จะมีกิจกรรม Net Zero คาร์บอนเป็นศูนย์ ตามศูนย์การค้าและพื้นที่สาธารณะ จากนั้นพี่โจ้ก็ชวนเดลินิวส์เตรียมตัวทำข่าว live สดผู้นำว่า จะมาทำงานกันอย่างไร รู้สึกอย่างไรกับประสบการณ์นี้ และคิดว่ามหานครแห่งนี้ต้องปรับปรุงพัฒนาอย่างไร เพื่อให้ทุกวันเป็นวัน Car Free Day ทั้งนี้ ผมเชื่อเสมอว่าการเปลี่ยนแปลง ต้องเริ่มต้นจากผู้นำ lead by example ถ้าผู้นำที่พูดเอาหล่อแล้วไม่ทำ นั่นคือนักสร้างภาพ ว่าแล้วพี่โจ้ก็ขอแยกไปทำงานด้วยการขี่จักรยานลัดเลาะเส้นทางไปถึงจุดหมายที่อาคารตลาดหลักทรัพย์ ส่วนผมก็ปั่นช้า ๆ แบบ slow life กินลมชมวิวไปเรื่อย ๆ ตามวิถีชายชราหลังเกษียณ และเรามาเจอกันวัน Car Free Day ผู้นำคนไหนที่ชอบบรรยายเรื่องคาร์บอนเป็นศูนย์ Net Zero แล้ววันนั้นใช้รถ ก็ระวังกล้องให้ดีนะครับ.



