นายเฉลิมชัย สุวรรณรักษ์ อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า ปัจจุบันประมงพื้นบ้านและผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำรายย่อยมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทย สามารถสร้างงาน สร้างอาชีพ และรายได้ ก่อให้เกิดอุตสาหกรรมต่อเนื่องมากมาย โดยกรมประมงมีนโยบายและแนวทางการพัฒนาประมงพื้นบ้านของไทย ให้สอดคล้องกับแนวทางการบริหารจัดการทรัพยากร โดยมุ่งหวังให้การใช้ทรัพยากรประมงเกิดประโยชน์อย่างคุ้มค่าและยั่งยืน สนับสนุนการมีส่วนร่วมของประมงพื้นบ้านในระดับต่าง ๆ ทั้งยังให้ความสำคัญกับการสร้างสรรค์ผลงานด้านวิชาการ นวัตกรรมทางเทคโนโลยี การส่งเสริมและการพัฒนาอุตสาหกรรม การจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมในภาคการประมงพื้นบ้าน

สำหรับการประชุมวิชาการประมง ประจำปี 2566 กรมประมงได้จัดประชุมในรูปแบบออนไลน์ภายใต้หัวข้อ “วิจัยยกระดับภาคการประมงพื้นบ้านสู่ความยั่งยืน” ภายในงานแบ่งผลงานวิจัยออกเป็น 9 สาขา ประกอบด้วย สาขาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด สาขาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง สาขาการประมงทะเล สาขาการจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมประมง สาขาพันธุกรรมสัตว์น้ำ สาขาโรคสัตว์น้ำ สาขาอาหารสัตว์น้ำ สาขาอุตสาหกรรมสัตว์น้ำ และสาขาเศรษฐกิจ สังคม และต่างประเทศ ผลงานวิจัยทั้งหมดรวม 132 เรื่อง แบ่งเป็นการนำเสนอภาคบรรยาย จำนวน 90 เรื่อง ภาคโปสเตอร์ จำนวน 42 เรื่อง โดยมีหัวข้องานวิจัยที่น่าสนใจมากมาย เช่น แนวทางการลดต้นทุนการเลี้ยงปลาตะเพียนขาวร่วมกับปลาเกล็ดเงินในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว ความก้าวหน้าของการปรับปรุงพันธุ์กุ้งแชบ๊วยและการเลี้ยงทดสอบในความเค็มปกติและความเค็มต่ำ สถานการณ์และการบริหารจัดการทรัพยากรปลาทูในน่านน้ำไทย เพื่อฟื้นฟูและรักษาระดับการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน การเฝ้าระวังเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพในสิ่งแวดล้อมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำภายใต้แนวคิดสุขภาพหนึ่งเดียว รวมถึงการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ในการขนส่งปูม้ามีชีวิตแบบไม่ใช้น้ำ เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้า เป็นต้น

สำหรับการประชุมวิชาการประมงปีนี้ กรมประมงได้นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่มาเผยแพร่ผลงานวิจัยให้มีรูปแบบที่น่าสนใจมากยิ่งขึ้น โดยได้ถ่ายทอดสดผ่านระบบ Zoom Cloud Meetings และ YouTube Channel สถานีประมงต้นแบบ ซึ่งจากรายงานพบว่าการจัดการประชุมวิชาการประจำปี 2566 ได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้ให้ความสนใจ อาทิ บุคลากรกรมประมง คณาจารย์ นักวิจัยอิสระ เกษตรกรชาวประมง ผู้ประกอบการภาคประมง นักศึกษา และประชาชน ที่ลงทะเบียนเข้าร่วมงานประชุมอย่างเป็นทางการกว่า 700 คน