นาทีนี้คงไม่มีใครร้อนแรงกว่าเกมการเมืองเท่า “พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส” อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย หลังหล่นประโยคเด็ด วาทะเดือดมากมาย หลังการจัดตั้งรัฐบาลภายใต้การนำของพรรคก้าวไกลสะดุด ก่อนเปลี่ยนถ่ายสู่พรรคเพื่อไทย

ทั้งนี้ภายหลังจากจบการเลือกตั้ง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ก็ได้ สส. 1 เสียงในสภา ก่อนที่พรรคก้าวไกลจะเชิญเข้าร่วม 8 พรรคจัดตั้งรัฐบาล ปรากฏว่าท่ามกลางที่เส้นทางกระเมืองเร่าร้อน ทำให้พรรคอันดับหนึ่งที่ได้เสียงจากประชาชนมากที่สุดอย่างพรรคก้าวไกล “ทิม-พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” ถูกปัดตกเหตุหุ้นสื่อ ITV รวมถึงแก้ ม.112 ที่ดูเหมือนว่าหลายพรรคไม่เห็นด้วยทำให้การจัดตั้งรัฐบาลไม่ราบรื่น ก่อนที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ จะออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อหลายช่อง ทั้งแนะนำให้ก้าวไกลถอยให้เพื่อไทย
จนทำให้ประชาชนหลายคนตกใจเกิดอะไรขึ้นกับ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ที่มีท่าทีต่างไปจากเดิมหรือไม่ กระทั่งผุดแฮชแท็ก #เสรีพิศุทธ์เตมียเวส ซึ่งปัจจุบันแฮชแท็กดังกล่าวพุ่งสูงขึ้นอันดับที่ 3 ของประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

โดยในครั้งนี้ ทีมข่าวเดลินิวส์ออนไลน์ จะพาทุกคนทำความรู้จัก “พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส“ ซึ่งผ่านสมรภูมิมามากมาย จนได้รับยกย่องให้เป็นถึง “วีรบุรุษนาแก” และ “มือปราบตงฉิน” บอกได้เลยว่าประวัติของท่านน่าสนใจมากและไม่ธรรมดาเลย
ประวัติ
พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส มีชื่อเดิมว่า เสรี เตมียเวส ส่วนชื่อเล่นคือ ตู่ เกิดเมื่อวันที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2491 เป็นคนจังหวัดธนบุรี โดยนามสกุล “เตมียเวส” ได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2457 เลขสกุลลำดับที่ 2081 ซึ่งเขามักออกมาเรียกร้องให้ยกเลิกเกณฑ์ทหารในประเทศไทย หรือ ปฏิรูปกองทัพ ให้เปลี่ยนเป็นระบบสมัครใจ ทั้งนี้มีบทบาทปราบปรามคอมมิวนิสต์ สมัยเป็นข้าราชการตำรวจ จนได้รับการยกย่องว่า “วีรบุรุษนาแก” และ “มือปราบตงฉิน”

การศึกษา
– จบศึกษาระดับมัธยมจากโรงเรียนทวีธาภิเศก
– ศึกษาต่อที่โรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 8 (ตท.8) เคยรับราชการอยู่ที่ อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม ช่วง พ.ศ. 2515-2524
เคยได้รับพระราชทาน
– รางวัล “คนไทยตัวอย่าง”
– รางวัล “บุคคลดีเด่นของชาติ” จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
– รางวัล “ข้าราชการที่ประพฤติตนชอบด้วยความซื่อสัตย์สุจริต” จากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์จากหลายมหาวิทยาลัย
เคยลงสมัครการเลือกตั้งผู้ว่ากรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2556
ลงรับสมัครเลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร วันที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2556 ที่โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล ในนาม “กลุ่มพลังกรุงเทพ” โดยได้เบอร์ 11 และได้รับคะแนนทั้งสิ้น 166,582 คะแนน โดยมีคะแนนเป็นอันดับสามต่อจากพรรคการเมืองใหญ่ทั้ง 2 พรรค และอันดับหนึ่งจากผู้สมัครอิสระที่ไม่สังกัดพรรคอีก 23 คน

ยศตำรวจ
พ.ศ. 2533 พลตำรวจตรี
พ.ศ. 2540 พลตำรวจโท
พ.ศ. 2547 พลตำรวจเอก

เครื่องราชอิสริยาภรณ์
พ.ศ. 2545 – เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก ชั้นสูงสุด มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก (ม.ป.ช.)
พ.ศ. 2540 – เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ชั้นสูงสุด มหาวชิรมงกุฎ (ม.ว.ม.)
พ.ศ. 2520 – เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีศักดิ์รามาธิบดี ชั้นที่ 5 เหรียญรามมาลาเข็มกล้ากลางสมร (ร.ม.ก.)
พ.ศ. 2523 – เหรียญพิทักษ์เสรีชน ชั้นที่ 1 (ส.ช.)
พ.ศ. 2526 – เหรียญจักรมาลา (ร.จ.ม.)
พ.ศ. 2541 – เหรียญกาชาดสมนาคุณ ชั้นที่ 1 เหรียญทอง



