เมื่อวันที่ 25 ก.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุม ครม. มีมติเห็นชอบร่างกฎกระทรวงกำหนดลักษณะและระบบความปลอดภัยของอาคารที่ใช้ประกอบธุรกิจโรงแรม พ.ศ. …. ตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ โดยมีสาระสำคัญเป็นการกำหนดลักษณะและระบบความปลอดภัยของอาคารที่ใช้ประกอบธุรกิจโรงแรมเพื่อให้เหมาะสมและสอดคล้องกับประเภทอาคารที่ใช้ประกอบธุรกิจโรงแรมในปัจจุบัน โดยกำหนดให้ผู้ที่จะใช้อาคารเพื่อประกอบธุรกิจโรงแรมต้องดำเนินการตามที่กำหนดในส่วนที่เกี่ยวกับโครงสร้างโรงแรม ระบบป้องกันและระงับอัคคีภัย ระบบทางหนีไฟ ลักษณะภายในและภายนอกอาคาร รวมถึงมีข้อกำหนดสำหรับกรณีนำอาคารลักษณะพิเศษที่นำมาประกอบธุรกิจโรงแรม เพื่อให้มีมาตรฐานความปลอดภัย ทำให้ผู้ประกอบการดำเนินธุรกิจได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารและกฎหมายว่าด้วยโรงแรม สนับสนุนผู้ประกอบการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเอสเอ็มอีในเมืองท่องเที่ยวเมืองรอง สามารถนำอาคารที่มีรูปแบบพิเศษอื่นมาประกอบธุรกิจได้ ให้โรงแรมในไทยแข่งขันได้ ได้มาตรฐานและสร้างความปลอดภัยแก่ผู้รับบริการ
น.ส.ไตรศุลี กล่าวอีกว่า กฎกระทรวงมีข้อกำหนดลักษณะและระบบความปลอดภัยของอาคาร ประกอบด้วย 1) โครงสร้างหลัก บันได และวัสดุ เช่น โรงแรมต้องมีโครงสร้างหลักที่มั่นคงแข็งแรง สามารถรับน้ำหนักบรรทุกได้ปลอดภัย โรงแรมที่มีมากกว่า 3 ชั้น ต้องมีโครงสร้างหลักและผนังที่ทำด้วยวัสดุถาวรที่เป็นวัสดุไม่ติดไฟ มีข้อกำหนดลักษณะบันได เช่น กรณีโรงแรมตั้งแต่ 2 ชั้นขึ้นไป ที่มีบันไดสูงเกิน 4 เมตร ต้องมีชานพักบันไดทุกช่วง 4 เมตร เป็นต้น 2) ระบบป้องกันและระงับอัคคีภัย ระบบการจัดการอาคาร และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น เช่น กำหนดให้โรงแรมประเภทต่างๆ ต้องมีระบบป้องกันและระงับอัคคีภัย และจัดให้มีระบบป้องกันและระงับอัคคีภัยเพิ่มเติม เช่น มีที่เก็บน้ำสำรอง บันไดหนีไฟที่มีความลาดชันน้อยกว่า 60 องศา มีการกำหนดลักษณะเส้นทางหนีไฟของโรงแรม มีป้ายบอกชั้นในตำแหน่งที่มองเห็นชัด มีระบบจัดการอาคาร เช่น การจัดแสงสว่าง สิ่ง จัดสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้ทุพพลภาพและคนชรา เป็นต้น
น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า 3) พื้นที่ภายในอาคารและที่ว่างภายนอกอาคาร มีการกำหนดขนาดของห้องพักที่เหมาะสม กำหนดระยะดิ่งของห้องพักต้องไม่น้อยกว่า 2.6 เมตร ส่วนห้องพักที่อยู่ในโครงสร้างของหลักคาหรือผนังลาดเอียงต้องมีระยะดิ่งไม่น้อยกว่า 1.8 เมตร กำหนดช่องทางเดินในโรงแรมต้องกว้างไม่น้อยกว่า 1.5 เมตร กำหนดให้มีที่ว่างภายนอกอาคารไม่น้อยกว่า 10 ใน 100 ของพื้นที่ชั้นใดชั้นหนึ่งที่มากที่สุดของอาคาร กรณีที่มีห้องพักรวม ให้มีผู้พักได้ไม่เกิน 40 คน ต้องมีทางเดินภายในห้องกว้างไม่น้อยกว่า 1.2 เมตรเป็นต้น 4) กรณีนำอาคารลักษณะพิเศษ เช่น เต็นท์ โครงสร้างแบบอัดอากาศ (bubble) รถพ่วงตู้คอนเทนเนอร์ บ้านต้นไม้ ท่อคอนกรีตสำเร็จรูป ตู้คอนเทเนอร์ มาใช้ประกอบธุรกิจธุรกิจโรงแรม มีข้อกำหนดต้องดำเนินการ ได้แก่ กรณีของเต็นท์ โครงสร้างแบบอัดอากาศ กำหนดให้วัสดุที่สร้างหรือนำมาประกอบต้องมีคุณสมบัติที่เกี่ยวกับการลามไฟ เป็นไปตามที่รัฐมนตรีโดยคำแนะนำของคณะกรรมการควบคุมอาคารประกาศกำหนด ต้องติดตั้งเครื่องดับเพลิงแบบมือถือไม่น้อยกว่า 1 เครื่อง ต่อพื้นที่ใช้สอยไม่เกิน 112 ตารางเมตร และมีระยะการเข้าถึงไม่เกิน 22.50 เมตร ต้องมีที่ว่างไม่น้อยกว่า 25 ใน 100 ส่วนของพื้นที่ที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคารแต่ละหลังจะต้องมีระยะห่างระหว่างกันโดยรอบไม่น้อยกว่า 3 เมตร โดยวัดระยะห่างจากแนวสมอบกที่ยึดอาคารหรือส่วนริมสุดของอาคาร ให้ยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดเกี่ยวกับโครงสร้าง และยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามขนาดของห้องพัก
กรณี เต็นท์ รถหรือส่วนพ่วง รถไฟ ท่อคอนกรีตสำเร็จรูป ตู้คอนเทเนอร์ ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติเกี่ยวกับขนาดห้อง แต่ต้องมีอัตราส่วนพื้นที่ห้องพักต่อผู้พักไม่น้อยกว่า 3 ตารางเมตร และกรณีบ้านต้นไม้ที่มีห้องพัก 1 ห้อง และมีผู้พักไม่เกิน 4 คน ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติเกี่ยวกับบันได แต่ต้องมีบันไดหรือทางขึ้นลงที่เหมาะสมต่อสภาพการใช้งานและมีสิ่งป้องกันการตกที่ปลอดภัย
น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า ร่างกฎกระทรวงฯ ฉบับนี้ ได้เคยผ่านการอนุมัติหลักการจาก ครม. เมื่อวันที่ 7 มี.ค. 66 และได้ส่งให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (สคก.) ตรวจพิจารณาเพื่อดำเนินการตามขั้นตอน ซึ่ง สคก. ได้มีการแก้ไขปรับปรุงรูปแบบการกำหนดเนื้อหาของร่างกฎกระทรวงฯ ให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้นว่าผู้ประกอบการที่ประการจะต้องดำเนินการตามข้อใดของกฎกระทรวงฉบับใดที่ออกตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 และกำหนดเนื้อหาสาระที่ผู้ประกอบการต้องดำเนินการให้ครบถ้วนยิ่ง เพื่อสร้างความชัดเจนในทางปฏิบัติ จึงได้เสนอให้ ครม. อนุมัติร่างฉบับที่แก้ไขครบถ้วนแล้วในครั้งนี้



