เมื่อวันที่ 27 ก.ค. ที่แยกราชประสงค์ ผู้สื่อข่าวรายงาน บรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมฝ่ายประชาธิปไตยโดยมีการสวมใส่ “ชุดดำ” เพื่อเรียกร้องให้ สว. ลาออกว่า ช่วงค่ำที่ผ่านมาจำนวนผู้ชุมนุมเริ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ หลายพันคน โดยมีการตั้งเวทีพร้อมเครื่องขยายเสียง ปิดพื้นที่ 3 ช่องการจารจร ขณะเดียวกัน กลุ่มผู้ชุมนุมได้มีการพ่นสี และทาสีแดง เขียนข้อความว่า “สว.หัวX” อีกด้วย

ต่อมาเวลา 17.40 น. นายธัชพงศ์ แกดำ หรือ “บอย” แกนนำคณะราษฎร ได้ประกาศบนเวทีว่า มีการเลื่อนเวลาเริ่มกิจกรรมจากเดิม 17.00 น. ไปเป็นเวลา 18.00 น. โดยการชุมนุมวันนี้มาในหัวข้อ “เห็นหัวกูบ้าง” ด้าน น.ส.ธนพร วิจันทร์ หรือ “ไหม” ตัวแทนเครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชน กล่าวว่า วันนี้ เรามีการปราศรัย กิจกรรมตั้งไว้จะยุติไม่เกิน 22.00 น.
โดยการปราศรัยจะมีความหลากหลายมากขึ้น รวมทั้งเน้นการจัดตั้งรัฐบาลที่มีอุปสรรคต่าง ๆ มากมาย ซึ่งจะปราศรัยส่งเสียงถึง 8 พรรคการเมือง และขั้วอำนาจที่จะดำเนินการจัดตั้งรัฐบาล ที่ไม่ฟังเสียงประชาชน ขอให้เห็นหัวประชาชนบ้าง เพราะเราเลือกตั้งมา 2 เดือนกว่า ๆ แล้ว แต่ยังไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ แต่ปัญหาของพวกเรามีอยู่ทุกกลุ่ม การแก้ไขปัญหายังไม่มีรัฐบาลเข้ามาดูแล

สำหรับที่มาของการจัดกิจกรรมในวันนี้ (27ก.ค.) เราเห็นการเมืองตั้งแต่การประชุม 8 พรรคการเมืองครั้งล่าสุด และจะมีการโหวตนายกฯ วันที่ 27 ก.ค. แต่สุดท้ายพรรคเพื่อไทยก็ออกมาแถลงว่าไม่มีการประชุม จึงทำให้เกิดคำถามกับประชาชน ว่าพรรคการเมืองกำลังเล่นเกมอะไรกันอยู่ ตกลงปัญหาเกิดจากอะไร อย่างไรก็ตาม การชุมนุมในวันนี้มีข้อเรียกร้องทั้ง 3 ข้อ คือ 1. ให้ 8 พรรคร่วมรัฐบาล ยืนหยัดว่าจะจับมือกันต่อไป, 2. สว.ต้องลาออก เพื่อให้กลไกสภาเดินไปได้ในการโหวตนายกฯ และ 3. หากต้องมีการฉีก MOU ต้องฟังเสียงประชาชน ต้องเห็นหัวประชาชนด้วย

สำหรับสถานการปัจจุบันที่การโหวตอาจยืดเยื้อไปนานถึง 10 เดือนนั้น ประชาชนรอไม่ได้ อยากให้จัดตั้งรัฐบาลให้เร็วที่สุด ไม่ต้องรอถึง 10 เดือน เพราะปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนรอไม่ได้แล้ว ทั้งนี้ เราคิดว่าการจัดชุมนุมทุกครั้ง มีผลต่อท่าทีของ สว. เพราะหลายครั้งท่าทีการจัดตั้งรัฐบาล ก็มีการเปลี่ยนแปลงไม่มากก็น้อย

ต่อมา เวลา 19.00 น. นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข ตัวแทนกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย ได้ขึ้นเวทีและ ได้ทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ชื่อชุด ‘ประชาธิปไตยที่ถูกทำลายโดยเผด็จการ’ โดยมีมวลชน 2 คน ถูกห้อยตัวด้วยเชือกลงมาจากสะพานลอยถนนราชดำริ มีน้ำหมึกสีแดงราดตามร่างกาย เพื่อแสดงถึงการสูญเสียของมวลชนเสื้อแดง ในการสลายการชุมนุมเมื่อหลายปีก่อน พร้อมกันนั้นได้มีการโปรยใบปลิว ‘ประกาศจับสว.’ ลงสู่กลุ่มผู้ชุมนุมที่อยู่ด้านล่าง

ในช่วงการทำกิจกรรม บรรดาแกนนำที่ปราศรัยบนเวที ได้กล่าวบรรยายถึงวิกฤตทางการเมืองที่เกิดขึ้นในช่วงเกือบ 20 ปี นับตั้งแต่การรัฐประหาร ‘รัฐบาลทักษิณ’ ปี 2549 การสลายการชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดง ‘นปช.’ ปี 2553 การรัฐประหาร ‘รัฐบาลยิ่งลักษณ์’ ปี 2557 การ ‘ยุบพรรคอนาคตใหม่’ ปี 2562 และ ล่าสุด ปี 2566 กรณีการใช้อำนาจของสมาชิกวุฒิสภา คณะกรรมการการเลือกตั้ง และศาลรัฐธรรมนูญ ที่ประชาชนมองว่า เป็นการขัดขวางกระบวนการตามระบอบประชาธิปไตย โดยเฉพาะ กรณีที่ ‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ ต้องเผชิญ

ดังนั้น กลุ่มผู้ชุมนุมจึงขอเรียกร้องให้องค์กรทั้ง 3 หน่วยงาน มีส่วนเกี่ยวข้องกีดขวาง ‘รัฐบาลประชาธิปไตย’ ได้เห็นภาพาพความสูญเสียของประชาธิปไตย ที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา และขอร้องให้ลาออกจากตำแหน่ง เพื่อให้ประชาธิปไตยได้เดินหน้าเติบโตต่อไป ทั้งนี้ คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน ได้อ่านจดหมายเปิดผนึก ถึงพรรคเพื่อไทย เรื่อง ขอให้ยึดมั่นฉันทามติของประชาชน จัดตั้งรัฐบาล 8 พรรคให้สำเร็จ

1) พรรคการเมืองและสมาชิกวุฒิสภา จะต้องหยุดสร้างเงื่อนไขและเบี่ยงเจตนาการเสนอนโยบายเรื่องการแก้ไขประมวลกฏหมายอาญา มาตรา 112 ว่าเป็นแนวคิดที่ต้องการล้มล้างสถาบันพระมหกษัตริย์ เพราะเป็นที่ทราบกันดีกว่า นั่นเป็นเพียงข้อเสนอที่ต้องการใช้รัฐสภาเพื่อหาทางออกให้กับประเทศ และเป็นการรักษาไว้ซึ่งพระราชอำนาจและพระเกียรติของพระบรมวงศานุวงศ์ให้คงอยู่กับการเมืองไทยได้อย่างสง่างาม และไม่ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง ที่พวกท่านทั้งหลายกำลังใช้กันอยู่ในเวลานี้

2) ขอให้พรรคเพื่อไทย ยืนหยัดการจัดตั้งรัฐบาลร่วมทั้ง 8 พรรคเดิม ตามที่ได้ทำข้อตกลงกันไว้ และอย่าหวั่นไหวต่อแรงกดดันใด ๆ ในขณะนี้ ซึ่งเราเชื่อว่าหนทางนี้เท่านั้น ที่จะนำพาประเทศนี้ไปสู่ทางออกที่ดีกว่าได้



