สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ประเทศรัสเซีย เมื่อวันที่ 28 ก.ค. ว่า ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย เป็นเจ้าภาพการประชุมร่วมกับผู้นำจากกลุ่มประเทศในแอฟริกา เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา มีสาระสำคัญ เกี่ยวกับการมอบความสนับสนุนด้านธัญพืช “ซึ่งรัฐบาลมอสโกสามารถทดแทนยูเครนได้”


ทั้งนี้ ปูตินกล่าวว่า ภายในระยะเวลาอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า รัสเซียจะสามารถส่งออกธัญพืชประมาณ 25,000-50,000 ตัน ให้แก่ “กลุ่มประเทศยากจนที่สุด” ได้แก่ บูร์กินาฟาโซ ซิมบับเว มาลี โซมาเลีย สาธารณรัฐแอฟริกากลาง (ซีเออาร์) และเอริเทรีย โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย และจะมีการหารือเพิ่มเติมกับแต่ละประเทศอีกครั้ง

ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย กล่าวเปิดซัมมิต “รัสเซีย-แอฟริกา” ที่เมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก


การประชุมดังกล่าวเกิดขึ้น หลังรัฐบาลมอสโกประกาศเมื่อกลางเดือนนี้ ถอนตัวออกจากข้อตกลงลำเลียงธัญพืชออกจากทะเลดำ ที่เป็นความร่วมมือกับสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ยูเครน และตุรกี โดยทุกฝ่ายลงนามร่วมกันในข้อตกลงเป็นครั้งแรก เมื่อเดือน ก.ค. 2565 และการต่ออายุข้อตกลงครั้งล่าสุด มีผลนาน 2 เดือน ตั้งแต่เดือน พ.ค. ที่ผ่านมา


ตลอดระยะเวลาที่ข้อตกลงมีผลบังคับใช้ ทุกภาคส่วนร่วมกันลำเลียงธัญพืชออกจากทะเลดำได้มากกว่า 32 ล้านตัน ช่วยบรรเทาความรุนแรงของวิกฤติการขาดแคลนอาหาร โดยเฉพาะในทวีปแอฟริกา


ด้านยูเครนยืนยันจะเดินหน้าภารกิจนี้ต่อไป แต่ไม่มีความชัดเจนว่า แล้วจะดำเนินการอย่างไร ส่วนทำเนียบเครมลินออกแถลงการณ์ว่า ข้อตกลงลำเลียงธัญพืชออกจากทะเลดำ “ยุติโดยพฤตินัย” ทว่ารัฐบาลมอสโกจะกลับเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลง ทันทีที่เงื่อนไขซึ่งเคยเรียกร้องไปแล้ว ได้รับการตอบสนองอย่างจริงจัง.

เครดิตภาพ : AFP