เมื่อวันที่ 10 ส.ค. น.ส.พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และนายณัฐกานต์ ชูชนะ ผู้ช่วยดำเนินงานสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (นายชวน หลีกภัย) เป็นตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์ เข้าร่วมการประชุม the 6th Meeting of the ICAPP Youth Wing และ 7th Meeting of the ICAPP Women’s Wing ระหว่างวันที่ 4-6 ส.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งจัดโดย International Conference Of Asian Political Parties (ICAPP) ร่วมกับ Mongolian People’s Party ที่โรงแรม Terelj กรุงอูลานบาตอร์ ประเทศมองโกเลีย

โดยนายณัฐกานต์ ชูชนะ กล่าวสุนทรพจน์ หัวข้อ “Engaging Young People in Social and Political Dialogue for Post-Pandemic Socio-Economic Progress” โดยได้กล่าวสนับสนุนการมีส่วนร่วมทางการเมืองและสังคมของเยาวชนเพื่อสร้างสังคมที่ดีกว่า ภายใต้ความรับผิดชอบและความเคารพกฎหมาย โดยได้ยกสิ่งที่นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี และอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เคยกล่าวไว้ว่า “เราไม่สามารถทำให้คนรวยเหมือนกันหมด แต่เราต้องทำให้ทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมายอย่างเท่าเทียมกัน” และการใช้เหตุผล ตลอดจนกล่าวถึงความท้าทายของโลกยุคดิจิทัลและสื่อสังคมออนไลน์ อาทิ ปัญหาข่าวปลอม หรือการได้รับข้อมูลด้านเดียวซ้ำๆ จากระบบอัลกอริทึม ซึ่งเทคโนโลยีในปัจจุบันยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้ เยาวชนและสังคมจึงต้องระมัดระวังในการรับสาร รวมทั้งเสพสื่ออย่างมีวิจารณญาณด้วย นอกจากนี้ เยาวชนเป็นวัยที่เต็มเปี่ยมด้วยพลังในการขับเคลื่อนสังคม ส่วนผู้ใหญ่เป็นผู้มากประสบการณ์ ดังนั้น การสร้างสะพานเชื่อมคน 2 รุ่น ให้ร่วมกันทำงานได้ ย่อมเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาบ้านเมืองไปสู่อนาคตที่ดีขึ้น

ขณะที่ น.ส.พิมพ์รพี ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนมองโกเลีย ถึงบทบาทของสตรีในรัฐสภาไทย ว่า แม้ในสภาผู้แทนราษฎรชุดปัจจุบันมีสัดส่วน สส.หญิงเพิ่มขึ้นจากสภา ชุดที่แล้ว แต่ยังมีสัดส่วนน้อยกว่าสัดส่วน สส.หญิงของมองโกเลีย และสัดส่วนเฉลี่ยในโลก อย่างไรก็ตาม ผู้หญิงควรมีบทบาทในการพัฒนาประเทศ ไม่เฉพาะการเป็นนักการเมืองเท่านั้น แต่ควรมีส่วนร่วมในแนวทางที่ตนเองมีความถนัดหรือความชำนาญ เช่น ภาคธุรกิจ ภาควิชาการ ภาคการท่องเที่ยว การแพทย์หรือสาธารณสุข เป็นต้น

น.ส.พิมพ์รพี ยังกล่าวถึงการประชุมในครั้งนี้ ว่า เป็นเวทีในการสะท้อนปัญหาและความต้องการของเยาวชนและสตรี อีกทั้งแสดงให้เห็นถึงพลังความเปลี่ยนแปลง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดี รวมทั้งชื่นชมความก้าวหน้าในการพัฒนาประเทศของมองโกเลีย ทั้งด้านการเมือง และด้านธุรกิจที่มีการส่งออกทองคำ ทองแดง และอะลูมิเนียม ที่น่าสนใจคือด้านพลังงาน ซึ่งก่อนหน้านี้ตนได้เดินทางไปศึกษาดูงานการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมแห่งแรกของมองโกเลีย

น.ส.พิมพ์รพี ยังกล่าวถึงโอกาสในการพัฒนาประเทศของมองโกเลีย ที่แม้มีประชากร 3 ล้านคน แต่ร้อยละ 65 ของประชากรคือคนรุ่นใหม่ที่อายุต่ำกว่า 35 ปี ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ อีกทั้งยังมีเขตแดนกว้างใหญ่ มีทรัพยากรทางธรรมชาติ และมีวัฒนธรรม ทั้งอาหาร เครื่องแต่งกาย และวิถีชีวิตเป็นของตัวเอง เนื่องจากในปัจจุบันการเดินทางระหว่างไทยกับมองโกเลีย มีเที่ยวบินตรงเฉพาะในฤดูหนาวของมองโกเลีย จึงเป็นอุปสรรคต่อการไปมาหาสู่ หากมีการเปิดเที่ยวบินตรงตลอดทั้งปี นอกจากจะเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของทั้งสองประเทศแล้ว ยังจะเป็นการเพิ่มโอกาสในการลงทุนทางธุรกิจ และการแลกเปลี่ยนในด้านอื่น ๆ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งสองประเทศด้วย