สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงนีอาเม ประเทศไนเจอร์ เมื่อวันที่ 12 ส.ค. ว่า กระทรวงการต่างประเทศรัสเซียออกแถลลงการณ์ เกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองในไนเจอร์ ซึ่งเกิดการรัฐประหาร เมื่อวันที่ 26 ก.ค. ที่ผ่านมา ว่าการหาทางออกจากความขัดแย้งด้วยการใช้มาตรการทางทหาร มีแต่จะยิ่งเป็นการทำให้ความขัดแย้งยืดเยื้อ และเป็นการทำลายเสถียรภาพของภูมิภาคซาเฮล ในทวีปแอฟริกา
❗️ We believe that a military solution to the crisis in #Niger ???????? could lead to a protracted confrontation in that African country and to a sharp destabilisation of the situation in the Sahara-Sahel region as a whole.
— MFA Russia ???????? (@mfa_russia) August 11, 2023
???? https://t.co/tuACRvPcCv pic.twitter.com/9KTdi15304
แถลงการณ์ดังกล่าวของรัฐบาลมอสโกเกิดขึ้น หลังประชาคมเศรษฐกิจแอฟริกาตะวันตก (อีโควาส) มีมติ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา “เตรียมความพร้อมของกำลังทหาร” เพื่อภารกิจ “ฟื้นฟูความสงบเรียบร้อยตามรัฐธรรมนูญ” ให้กลับคืนสู่ไนเจอร์

อย่างไรก็ตาม มติของอีโควาสยังไม่มีการระบุเกี่ยวกับรายละเอียด และกำหนดการของแผนการ ขณะที่ประธานาธิบดีโบลา ทินูบู ผู้นำไนจีเรีย ในฐานะประธานอีโควาสประจำปีนี้ กล่าวว่า การใช้มาตรการทางทหาร “จะเป็นทางเลือกสุดท้าย” โดยในระหว่างนี้ อีโควาสจะเดินหน้าใช้มาตรการคว่ำบาตร กับบุคคลซึ่งขัดขวางกระบวนการฟื้นฟูประชาธิปไตย และการกลับคืนสู่อำนาจของประธานาธิบดีโมฮาเหม็ด บาซูม
ทั้งนี้ทั้งนั้น ยังไม่มีความชัดเจนด้วยว่า บูร์กินาฟาโซ กินี และมาลี ซึ่งอยู่ภายใต้การปกครองของรัฐบาลทหาร และทั้งสามประเทศ ยืนยันความสนับสนุนต่อกองทัพไนเจอร์ จะเข้าร่วมภารกิจทางทหารของอีโควาส และร่วมใช้มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อไนเจอร์หรือไม่ แต่เป็นที่น่าสังเกตว่า มอริเตเนีย ซึ่งถอนตัวออกจากอีโควาส เมื่อปี 2543 และบุรุนดี ซึ่งไม่ได้เป็นสมาชิกอีโควาสตั้งแต่ต้น ได้รับเชิญให้เข้าร่วมการประชุมครั้งนี้
อนึ่ง ก่อนการประชุมของอีโควาสในครั้งนี้ คณะรัฐประหารไนเจอร์ประกาศจัดตั้งคณะรัฐมนตรี ที่มีสมาชิก 21 คน แต่ไม่ได้ระบุชัดเจน เกี่ยวกับนโยบายหรือแผนการอื่นของรัฐบาล และยังไม่ตอบสนองต่อการเรียกร้องของนานาชาติ ให้ปล่อยตัวบาซูมและครอบครัว.
เครดิตภาพ : AFP



