เมื่อวันที่ 4 พ.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานกรณีเรื่องราวสุดประทับใจในโลกโซเชียล เมื่อ “น้องตุ๊กตา” หรือ น.ส.ศันสนีย์ ตาบู้ เด็กวัดใหม่สี่หมื่น ราชบุรี ที่สู้ชีวิต ตัดสินใจออกจากบ้านในชุมชนที่ห่างไกลใน อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี มาขออาศัยใบบุญจากหลวงพ่อพงษ์ พระครูโสภณจันทรังสี เจ้าอาวาสวัดใหม่สี่หมื่น เพื่อเรียนต่อในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น จนสามารถเรียนจบปริญญาตรี พร้อมคว้าเกียรตินิยมอันดับ 1 มาครอง

พระครูโสภณจันทรังสี หรือ หลวงพ่อพงษ์ เจ้าอาวาสวัดใหม่สี่หมื่น เล่าว่า น้องตุ๊กตา เข้ามาอยู่ในความดูแลของวัดตั้งแต่ช่วงเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น ที่โรงเรียนเนกขัมวิทยา ระหว่างที่อยู่วัด น้องตุ๊กตาเป็นเด็กที่มีความประพฤติดี ตั้งใจเรียน และช่วยเหลืองานของวัดทุกอย่าง ทั้งกวาดลานวัด ทำความสะอาด และช่วยงานในโรงครัว แม้เวลาเรียนจะเป็นเด็กที่ชอบนั่งหลังห้องและอาจจะเรียนรู้ช้ากว่าเพื่อนไปบ้าง แต่ก็ไม่เคยสร้างความหนักใจหรือความเดือดร้อนให้เลย จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อมีโครงการทุน “ครูรัก(ษ์)ถิ่น” ของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เปิดรับสมัคร หลวงพ่อและทางอาจารย์ที่ปรึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง จึงผลักดันให้น้องตุ๊กตาไปสอบชิงทุน แม้ในตอนแรกน้องจะปฏิเสธไม่อยากเป็นครู เพราะเห็นหลวงพ่อเหนื่อยกับการดูแลเด็กวัดจำนวนมาก จึงกลัวว่าจะสอนและรับมือกับเด็กไม่ได้ แต่หลวงพ่อได้สอนเตือนสติว่า “เมื่อเราได้รับโอกาส เราต้องรู้จักให้ การเป็นครูคือการให้ความรู้กับเด็กรุ่นต่อไป” คำสอนนี้ประกอบกับฐานะทางบ้านที่ยากจน ทำให้น้องตุ๊กตาตัดสินใจคว้าโอกาสนั้นไว้ และสามารถสอบชิงทุนของโรงเรียนนาขุนแสน อ.สวนผึ้ง ได้สำเร็จ
พระครูโสภณจันทรังสี เจ้าอาวาสวัดใหม่สี่หมื่น เล่าต่อว่า ด้วยความพยายามอย่างหนัก น้องตุ๊กตาสามารถสอบเข้าศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง และรักษาผลการเรียนได้ดีเยี่ยมมาโดยตลอด จนกระทั่งเรียนจบ ซึ่งในตอนแรกหลวงพ่อ ทราบเพียงว่าน้องเรียนจบแล้ว จนกระทั่งได้มาดูเอกสารย้อนหลังจึงพบว่าน้องสามารถคว้า “เกียรตินิยมอันดับ 1” มาครองได้สำเร็จ สร้างความปิติและภูมิใจให้กับหลวงพ่อเป็นอย่างมาก และพร้อมที่จะสนับสนุนหากน้องต้องการศึกษาต่อในระดับปริญญาโท

หลวงพ่อพงษ์ กล่าวว่า อาตมาก็ขออนุโมทนาบุญกับญาติโยมทุกท่าน ปัจจัยที่ญาติโยมบริจาคมาทุกบาททุกสตางค์เนี่ย เราใช้ให้เกิดประโยชน์และคุ้มค่าต่อเยาวชนทั้งหลาย เด็กๆ ทุกคน เพื่อสานฝันของพวกเขาทั้งหลาย ให้ไปถึงจุดหมายที่เขาต้องการ หรือจุดสูงสุดที่เขาสามารถไปได้ เพราะงั้นเด็กทุกคนที่ประสบความสำเร็จได้ก็เพราะปัจจัยของญาติโยมทุกคน ไม่ใช่ของอาตมา อาตมาเป็นเพียงทางผ่านให้ เพราะงั้นญาติโยมก็ภูมิใจว่าเราได้สร้างอนาคตของประเทศชาติ สร้างเยาวชนให้เป็นคนดีในสังคม สังคมเราจะได้มีคนดี ก็ขออนุโมทนาบุญไว้ ณ โอกาสนี้ ขอให้ทุกท่านมีความสุข ความเจริญรุ่งเรืองสืบต่อไป
หลวงพ่อ กล่าวทิ้งท้ายด้วยความภาคภูมิใจว่า อยากให้น้องตุ๊กตามีอนาคตที่ดี และนำความรู้ความสามารถกลับมาเป็นครูเพื่อสร้างเยาวชนที่มีคุณภาพ ส่งต่อโอกาสและความรู้ให้กับเด็กรุ่นต่อไปเหมือนลูกโซ่ที่ไม่มีวันสิ้นสุด นอกจากนี้ ทางวัดยังได้ให้ความช่วยเหลือเด็กยากไร้คนอื่นๆ อีกหลายชีวิต โดยอาศัยปัจจัยจากการบริจาคของญาติโยมเพื่อส่งเสียให้เด็กๆ ได้รับการศึกษา

นายธนกฤต สาขะจันทร์ ประธานสาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง ระบุว่า น้องตุ๊กตา คือนักศึกษาโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น รุ่นที่ 3 ตลอดระยะเวลาที่ศึกษา น้องตุ๊กตาเป็นเด็กที่ขยัน มีความรับผิดชอบสูง และมีจิตอาสาช่วยเหลืองานของมหาวิทยาลัยและโครงการอยู่เสมอ ด้วยความมุ่งมั่นนี้ ทำให้น้องตุ๊กตาสามารถสำเร็จการศึกษาด้วยเกียรตินิยมอันดับ 1 เกรดเฉลี่ยสูงถึง 3.66 โดยผ่านในเกณฑ์ที่จะได้ในเรื่องของเกียรตินิยมอันดับ 1 ถือว่าเกณฑ์ก็เข้มพอสมควร ในเรื่องของผลการเรียน แล้วก็ในเรื่องของความรับผิดชอบ ซึ่งน้องตุ๊กตาถือว่าเป็น 1 คนที่มีความมุ่งมั่น แล้วก็มีความตั้งใจ น้องตุ๊กตามีกำหนดการเตรียมบรรจุเข้ารับราชการครู ในช่วงเดือนตุลาคม ปี 2569 ที่โรงเรียนนาขุนแสน อ.สวนผึ้ง ราชบุรี
น้องตุ๊กตา เปิดใจว่า ตนเป็นเด็กกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง สัญชาติไทย มีภูมิลำเนาอยู่ที่ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี โดยตัดสินใจเข้ามาขออาศัยอยู่ที่วัดใหม่สี่หมื่นในช่วงชั้น ม.3 เนื่องจากทราบข่าวว่าหลวงพ่อพงษ์ มีเมตตาช่วยเหลือเด็กๆ ในตอนนั้น ตนรู้จากคนแถวบ้าน เขาก็พูดกันว่าเหมือนหลวงพ่ออุปการะเด็กไว้ แล้วก็ตอนนั้นก็เหมือนตนจะไปเรียนที่เนกขัมวิทยา ก็เลยได้มีการคุยกับผู้ปกครอง แล้วพ่อแม่ก็พาไปหาหลวงพ่อ พาไปเจอหลวงพ่อ ตนสัมผัสได้ว่าหลวงพ่อดูแลเด็กทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน และเปรียบเสมือนพ่อคนที่สองของตน แม้ในช่วงแรกจะไม่อยากเป็นครูเพราะกลัวเหนื่อยกับการรับมือเด็กๆ แต่ด้วยการผลักดันจากหลวงพ่อและครูที่โรงเรียน ทำให้เปิดใจและสอบติดโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น ได้สำเร็จ เคล็ดลับการเรียนจนได้เกียรตินิยม คือความมุ่งมั่นตั้งใจ เมื่อได้รับมอบหมายงานก็จะลงมือทำทันที และหมั่นศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมอยู่เสมอ ปัจจุบันตนรู้สึกภูมิใจและตื่นเต้นมากที่จะได้เป็นครู และตั้งใจจะนำความรู้กลับไปพัฒนาเด็กๆ ในชุมชนบ้านเกิดให้ดีที่สุด

น้องตุ๊กตา เล่าว่า มีอยู่ภาพๆ หนึ่งที่ปรากฏอยู่ในโซเชียลที่เป็นข่าวตอนนั้น หลวงพ่อถือไม้เรียวจะตี บรรยากาศตอนนั้น เป็นช่วงการทำความสะอาด ซึ่งวันนั้นตนน่าจะแอบนอน แล้วไม่ได้ตื่นไปช่วยน้องๆ หลวงพ่อก็เลยเหมือนเป็นการสั่งสอนว่าทำแบบนี้มันไม่ถูก แต่มันไม่ใช่ครั้งเดียว มันหลายๆ ครั้ง ไม่งั้นหลวงพ่อก็คงไม่ตี เพราะว่าน่าจะแบบตอนนั้นหนูก็ดื้อ หลวงพ่อก็เลยต้องจัดการสักหน่อย
น้องตุ๊กตา กล่าวทิ้งท้ายว่า ขอบคุณหลวงพ่อที่อุปการะเลี้ยงดูหนูมาตั้งแต่เด็ก ให้ที่พักพิง ให้การศึกษา ให้คำสั่งสอนที่มีคุณค่า จนหนูมีความมีโอกาสได้เรียนหนังสือ แล้วก็เติบโตมาจนถึงทุกวันนี้ แล้วหนูก็จะไม่ลืมทุกสิ่งทุกอย่างที่หลวงพ่อสอนมา ก็จะนำความรู้ที่ได้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ที่สุด แล้วก็ขอบคุณ “ทุนครูรัก(ษ์)ถิ่น กสศ.” กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ที่มอบโอกาสทางการศึกษาให้ได้มีโอกาสเรียนต่อ แล้วก็ทำให้หนูได้เรียนครูตามที่ตั้งใจหวัง แล้วก็ขอบคุณอาจารย์ อาจารย์ในสาขา แล้วก็อาจารย์ที่ปรึกษา อาจารย์ธนกฤต สระขจร ที่ได้ให้ความรู้ คำแนะนำ แล้วก็คอยเอาใจใส่พวกหนูมาตลอด ตลอดเวลาเลยทั้ง 4 ปี ไม่ว่าจะเป็นด้านการเรียน การทำงาน หรือการใช้ชีวิต อาจารย์ก็จะคอยแบบแนะนำหรือคอยเตือนตลอด แล้วก็เป็นกำลังใจสำคัญในการเรียนด้วย แล้วก็สุดท้ายนี้ก็อยากจะขอบคุณผู้ใหญ่ใจบุญที่อุปการะหนูทุกคนค่ะ แล้วก็หนูสัญญาว่าหนูจะนำความรู้ที่ได้ ไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด แล้วก็เป็นเด็กดีของสังคม

ความสำเร็จของ น.ส.ศันสนีย์ ตาบู้ ไม่ได้มาจากความโชคดี แต่มาจากความพยายาม ความกตัญญู และการสนับสนุนที่ดีจากวัด สถาบันการศึกษา และกองทุน กสศ. ที่ร่วมกันสานฝันให้เด็กหญิงชายขอบคนหนึ่ง ได้ก้าวขึ้นมาเป็น “ครู” ผู้ที่จะไปสร้างอนาคตของชาติต่อไป



