ตามที่ กสทช. ชุดที่แล้ว ได้ออกประกาศหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้ช่องสัญญาณดาวเทียมต่างชาติในการให้บริการในประเทศ หรือที่รู้จักในนามประกาศ Landing Right ดาวเทียม มาตั้งแต่ 19 กุมภาพันธ์ 2563 กอปรกับปัจจุบันเทคโนโลยีทางด้านดาวเทียมได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะการประยุกต์ใช้งานดาวเทียมวงโคจรต่ำ (Low Earth Orbit: LEO) และดาวเทียมวงโคจรไม่ประจำที่ (Non GEO) ที่ได้เข้ามามีบทบาทในกิจการสื่อสาร รวมทั้งรูปแบบการดำเนินการธุรกิจด้านกิจการดาวเทียมได้เปลี่ยนไป
ดังนั้นหลังจากที่ กสทช.ชุดปัจจุบัน ได้ประมูลสิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมในวันที่ 15 มกราคม 2566 ทำให้กิจการดาวเทียมสื่อสาร ได้เปลี่ยนผ่านจากระบบสัมปทานไปสู่ระบบใบอนุญาต เกิดการเปิดตลาดและการแข่งขันอย่างเสรีแบบสมบูรณ์ ดังนั้น กสทช. จึงมีมติให้สำนักงานพิจารณาปรับปรุงประกาศฯ ดังกล่าว และจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นเฉพาะต่อแนวทางในการปรับปรุงในครั้งนี้ จัดขึ้นในวันที่ 10 สิงหาคม 66 ณ หอประชุม อาคารสำนักงาน กสทช. ภาค 1 หลักสี่ กรุงเทพฯ โดยมี พลอากาศโท ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ กสทช. และ รองศาสตราจารย์ ดร.สมภพ ภูริวิกรัยพงศ์ กสทช. ร่วมเป็นประธานฯ

สำหรับประเด็นหลักในการปรับปรุงแก้ไขและนำมารับฟังความคิดเห็น คือ
1.แนวทางการอนุญาต ที่เดิมเป็นการอนุญาตในลักษณะ Exclusive Right กล่าวคือ หนึ่งผู้ประกอบการได้รับอนุญาตให้ใช้ช่องสัญญาณดาวเทียมต่างชาติเป็นสิทธิผูกขาดในลักษณะ One to One ทั้งในแง่ดาวเทียมและการบริการ เพียงหนึ่งเดียว แต่ตามร่างใหม่จะเปิดโอกาสให้อนุญาตได้หลายผู้ประกอบการ เพื่อให้เกิดการแข่งขัน โดยได้แยกการอนุญาตจาก 1 เดียว เป็น 3 รูปแบบ ตามการดำเนินการทางธุรกิจ กล่าวคือ 1. การอนุญาต Landing Right รวมถึง Capacity 2. การอนุญาต Gateway และ 3. การอนุญาต Satellite Services ซึ่งทั้ง 3 การอนุญาตนี้ ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ประกอบการรายเดียว สามารถเป็นคนละผู้ประกอบการได้ขึ้นกับความพร้อมของแต่ละราย ซึ่งเป็นการสงเสริมให้ผู้ประกอบการรายย่อยสามารถมาร่วมขออนุญาตได้
2.คุณสมบัติของผู้ขอรับการอนุญาตรวมทั้งค่าธรรมเนียมการอนุญาต จะแบ่งตามประเภทที่อาจมีความแตกต่างกัน แต่อย่างไรก็ดี ยังคงต้องคำนึงถึงด้านความมั่นคง รวมทั้งด้านสังคมและเศรษฐกิจ เหมือนเดิม ขึ้นกับแต่ละประเภท โดยคงตามข้อกฎหมายไทย
3.กรณีข้อยกเว้นรวมทั้งการขออนุญาตแบบชั่วคราวอื่นๆ ได้มีการนำมาพิจารณาเพื่อให้เกิดความชัดเจนในทางปฏิบัติ โดยนำ Pain point ของประกาศฉบับปัจจุบันมาปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้น
พลอากาศโท ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ กสทช. กล่าวว่า การปรับปรุงประกาศ Landing Right มีความสำคัญมาก เนื่องจากเทคโนโลยีดาวเทียมโดยเฉพาะดาวเทียมวงโคจรต่ำ หรือ LEO จะเข้ามามีบทบาทต่อกิจการสื่อสารโดยเฉพาะการสื่อสารแบบ Broadband ซึ่งต่างจากสมัยก่อนที่เน้น Broadcast และต้องยอมรับว่ากิจการดาวเทียมเป็นธุรกิจที่มีการแข่งขันในระดับสากล ต่างจากธุรกิจสื่อสารอื่น เช่น โทรศัพท์มือถือที่ให้บริการได้เฉพาะในประเทศ รวมทั้งประเทศไทยได้เปลี่ยนผ่านกิจการดาวเทียมจากระบบสัมปทานมาสู่ระบบการอนุญาตแล้ว
ดังนั้น ประกาศฉบับนี้จึงต้องสร้างสมดุลโดยต้องคุ้มครองสนับสนุนผู้ประกอบการดาวเทียมไทย ให้มีความเข้มแข็งอยู่ได้ทั้งในประเทศไทยและไปสู่สากล แต่ก็ต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนคนไทย ได้ใช้เทคโนโลยีหรือบริการของดาวเทียมต่างชาติที่มีให้เกิดประโยชน์สูงสุด รวมทั้งที่สำคัญต้องสามารถปกป้องอธิปไตยและภัยทางด้านความมั่นคง ซึ่งจะมาจากดาวเทียมในอนาคตอันใกล้แน่นอน



