สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 12 ส.ค. ว่า สำนักงานเขตเมาอิ ในรัฐฮาวายของสหรัฐ รายงานจำนวนผู้เสียชีวิตจากภัยพิบัติไฟป่า ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อต้นสัปดาห์นี้ ว่าเพิ่มเป็นอย่างน้อย 80 ราย และประชาชนอย่างน้อย 1,418 คน อาศัยอยู่ตามศูนย์พักพิงชั่วคราวของภาครัฐ
#BREAKING: Death toll in the devastating Lahaina wildfire soars to 80: https://t.co/0G562yu1PJ #HINews #HNN pic.twitter.com/dYT6J8P6SY
— Hawaii News Now (@HawaiiNewsNow) August 12, 2023
ทั้งนี้ ชนวนเหตุของไฟป่า มาจากจากอิทธิพลของกระแสลมแรงจากเฮอริเคน “ดอรา” ที่แม้เคลื่อนตัวอยู่ห่างจากเกาะฮาวายหลายร้อยกิโลเมตร และไม่เคลื่อนตัวพาดผ่านเกาะฮาวาย แต่ส่งผลให้เกิดไฟป่าโหมกระหน่ำ และลุกลามเข้าสู่เมืองลาไฮนา ซึ่งเป็นหนึ่งในเมืองเก่าและเป็นเมืองท่าตากอากาศ แล้วเผาทำลายทั้งเมืองราบเป็นหน้ากลอง
ด้านประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ ประกาศให้รัฐฮาวาย “เป็นพื้นที่ภัยพิบัติครั้งใหญ่” จากไฟป่า เพื่อระดมความช่วยเหลือจากส่วนกลาง คือกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ และสำนักงานจัดการภาวะฉุกเฉินส่วนกลาง (ฟีมา) เข้าสู่พื้นที่ประสบภัย พร้อมทั้งขอให้กองทัพเรือและหน่วยยามฝั่งสหรัฐ ร่วมสนับสนุนภารกิจดับไฟป่า และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย ร่วมกับกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิแห่งรัฐฮาวาย
This is what the devastating scene in Lahaina looked like from an airplane coming in for a landing on August 10 pic.twitter.com/FzPwSNco62
— NowThis (@nowthisnews) August 12, 2023
“I want the world to know just how bad it got here”
— FOX Weather (@foxweather) August 11, 2023
Amateur photographer Kevin Foley captured this video showing the crackling wildfire raging throughout the night Tuesday as it engulfed homes and vehicles in #Lahaina. pic.twitter.com/AZDV3sZfBn
ขณะที่นายจอช กรีน ผู้ว่าการรัฐฮาวาย ประกาศเคอร์ฟิวครอบคลุมเมืองลาไฮนา และพื้นที่ใกล้เคียง ระหว่างเวลา 22.00-06.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของแต่ละวัน
อย่างไรก็ตาม สำนักงานอัยการรัฐฮาวาย ประกาศการสอบสวน “การตัดสินใจและการบังคับใช้นโยบาย” ที่มีต่อสถานการณ์ไฟป่าครั้งนี้ โดยไม่ได้ระบุอย่างชัดเจน ว่าเป็นการตรวจสอบบุคคลหนึ่งบุคคลใด หรือหน่วยงานแห่งไหน “อย่างเจาะจง” หรือไม่.
เครดิตภาพ : AFP






