ดร.สุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการสภาการศึกษา เป็นประธานเปิดการประชุมประชุมสัมมนาการติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษาตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 ในระยะ 5 ปีแรกของแผน โดยมีผู้ร่วมอภิปราย คณะวิจัย ผู้บริหาร ผู้ทรงคุณวุฒิ นักวิชาการ ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และสถานศึกษา เข้าร่วม ที่โรงแรมปรินซ์พาเลซ มหานาค

ดร.สุเทพ กล่าวเปิดการประชุมว่า ด้วยสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ในเรื่องของการผลิตและพัฒนากำลังคนจึงมีความจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนให้ทันกับสถานการณ์ของโลก สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) มีแผนติดตามผลการขับเคลื่อนเพื่อนำมาสู่การปรับปรุงแผนการศึกษาแห่งชาติ เนื่องจากแผนดังกล่าวระยะยาว 20 ปี ซึ่งในช่วง 5 ปีแรก ทางสกศ.ได้ดำเนินวิเคราะห์และวิจัยสถานการณ์ในอดีตที่ผ่านมาในเรื่องของการจัดการศึกษา เพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปเป็นข้อมูลสารสนเทศในเรื่องการปรับปรุงแผน ซึ่งดำเนินงานในหลายมิติ อาทิ ให้นักวิชาการจัดทำผลวิจัยและรับฟังความคิดเห็นจากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง รวมถึงบูรณาการแผนจากผู้ปกครอง ภาคประชาชน ภาคสังคม พร้อมนำกรอบนโยบายของรัฐบาลในเรื่องการผลิตและพัฒนากำลังคนในอนาคตมาเป็นกรอบในเรื่องจัดทำแผนและปรับปรุงให้สอดคล้องต่อสถานการณ์โลกและนโยบายของรัฐบาล

ศ.กิตติคุณ ดร.สมหวัง พิธิยานุวัฒน์ ราชบัณฑิต กล่าวว่า การกำกับติดตามแผนการศึกษาแห่งชาติมีความสำคัญมาก จะทำอย่างไรให้แผนชาติขับเคลื่อนได้รวดเร็วและมีความสำคัญ มีความศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่สุดที่จะต้องปรับ รัฐบาล นายกรัฐมนตรี สภาผู้แทนราษฎร จะต้องรวมพลังให้ความสำคัญเรื่องนี้ และสกศ.จะเป็นกลไกที่สำคัญมาก ไม่ใช่การรับทราบว่าผลเป็นอย่างไร แต่ทุกคนต้องเอาผลไปใช้ปรับปรุงให้ดีขึ้นทุกฝ่าย ถือว่าเป็นของชาติบ้านเมือง ต้องทำแผนชาติให้เป็นแผนของทุกคนเป็นแผนแบบมวลชน จะต้องทำแผนชาติสู่การปฏิบัติให้สำเร็จ ต้องขับเคลื่อนเรื่องนี้ให้เป็นวาระแห่งชาติอย่างแท้จริง ส่วนกลไกการกำกับติดตามที่เห็นชัดเรื่องความเหลื่อมล้ำ การเข้าถึงเทคโนโลยียังเป็นปัญหาอยู่ ซึ่งเมื่อโลกเปลี่ยน ก็ต้องปรับคนให้ทันกับโลกที่เปลี่ยนแปลงด้วย

รศ.ดร.วรรณี แกมเกตุ ผอ.ศูนย์วิจัยและประเมินระบบ คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า เรื่องการติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษาตามแผนการศึกษาชาติ ในข้อเสนอแนะที่สำคัญที่ได้จากการวิจัยครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นว่า แผนการศึกษาแห่งชาติจะนำไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมอย่างทั่วถึงโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกระดับนั้น น่าจะนำเสนอประเด็นเรื่องของการยกระดับของสถานะของแผนการศึกษาแห่งชาติ ซึ่งในปัจจุบันเป็นแผนที่ 3 ซึ่งจะไม่ได้มีผลบังคับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องไปดำเนินการตามแผนอย่างจริงจัง ดังนั้นในระยะต่อไปการจัดทำแผนการศึกษาแห่งชาติของสกศ.ควรจะพิจารณาในประเด็นเรื่องของการยกระดับสถานะของแผนการศึกษาแห่งชาติ อาจจะเป็นแผนในระดับที่ 1 หรือ ระดับที่ 2 เพื่อที่จะผลักดันให้การดำเนินการตามแผนประสบความสำเร็จได้อย่างทั่วถึงและมีประสิทธิผลตามที่แผนการศึกษาแห่งชาติกำหนดเป้าหมายไว้ ซึ่งจากผลวิจัยส่วนใหญ่พบว่า ผู้เกี่ยวข้องหรือผู้บริหารหน่วยงานทุกระดับเห็นความสำคัญ แต่ด้วยแผนการศึกษาแห่งชาติที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน การกำหนดกิจกรรมต่างๆ เป็นไปตามแบบเดิมๆ ที่หน่วยงานทำอยู่แล้วและมองว่าเมื่อทำอย่างไรทุกอย่างจะสอดคล้องกับแผนการศึกษาชาติทั้งหมด ทั้งนี้หากแผนมีบทบังคับ เมื่อทำหรือไม่ทำแล้วเกิดผลในทางปฏิบัติ เชื่อว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเห็นความสำคัญและปฏิบัติตามแผนได้ดียิ่งขึ้น
ผศ.ดร.สิวะโชติ ศรีสุทธิ อาจารย์ประจำภาควิชาวิจัยและจิตวิทยาการศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า จากผลการติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษาตามแผนการศึกษาแห่งชาติ มีข้อเสนอแนะที่มีผลหากทำได้จะเห็นผลการศึกษาได้ชัด คือ การจัดทำฐานข้อมูลรายบุคคลที่เชื่อมโยงกับหน่วยงานทางการศึกษาทั้งหลายและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในยุคนี้การใช้ข้อมูลเพื่อขับเคลื่อนองค์กรเป็นเทรนด์ที่หลายๆ องค์กรดำเนินงาน เพราะฉะนั้นหน่วยงานการศึกษาสมควรต้องทำ เมื่อไหร่ก็ตามที่เราสามารถรวบรวมฐานข้อมูลจากสถานศึกษา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าด้วยกันได้ เราสามารถใช้ประโยชน์จากการสร้างสารสนเทศเชิงลึกและนำสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มทางการศึกษาได้ เช่น ยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการผู้เรียน การลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาของผู้เรียน การเพิ่มอัตราการเข้าถึงการศึกษาของผู้เรียน รวมถึงการจัดสรรทรัพยากรทางการศึกษา



