สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปอร์โตแปรงซ์ ประเทศเฮติ เมื่อวันที่ 17 ส.ค. ว่า องค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (ไอโอเอ็ม) ของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เผยแพร่รายงานว่า ชาวเฮติมากกว่า 3,000 คน ในกรุงปอร์โตแปรงซ์ กลายเป็นผู้พลัดถิ่นในประเทศ เนื่องจากเหตุรุนแรงระหว่างแก๊งอาชญากรรม ที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ตลอดระยะเวลา 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา
Cars set on fire during a mass protest in Port-au-Prince as thousands demand protection from violent gangs who are pillaging neighborhoods in Haiti's capital and beyond pic.twitter.com/YOMNbNdvWc
— RT (@RT_com) August 8, 2023
เฮติซึ่งมีประชากรราว 5.2 ล้านคน เป็นประเทศซึ่งขาดเสถียรภาพทุกด้าน นับตั้งแต่เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ เมื่อปี 2553 ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 100,000 ราย
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ยิ่งทวีความรุนแรง เมื่อเกิดเหตุกลุ่มทหารรับจ้างชาวโคลอมเบีย บุกก่อเหตุสังหารประธานาธิบดีโฌเวเนล โมอิส ถึงภายในบ้านพัก ที่กรุงปอร์โตแปรงซ์ เมื่อปี 2564 ส่งผลให้เกิดภาวะสุญญากาศทางการเมือง และเปิดโอกาสให้บรรดาแก๊งอาชญากรรมก้าวขึ้นมามีอิทธิพล
ขณะที่นายอาเรียล อ็องรี นายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นทายาทการเมืองของโมอิส และตอนนี้ทำหน้าที่รักษาการในตำแหน่งประธานาธิบดี เผชิญกับภาวะความเชื่อมั่นจากหลายฝ่าย อนึ่ง อ็องรีเรียกร้องประชาคมโลก เมื่อเดือน ต.ค. ปีที่แล้ว ให้ร่วมกันจัดตั้ง “กองกำลังพิเศษ” เป็นการเฉพาะกิจ เพื่อจัดการกับวิกฤติอาชญากรรมในเฮติ แม้ได้รับความสนับสนุนจากสหประชาชาติ (ยูเอ็น) และสหรัฐ แต่การดำเนินการเป็นไปอย่างล่าช้า.
เครดิตภาพ : AFP







