พ.อ.สรรพชัยย์ หุวะนันทน์  กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ เอ็นที เปิดเผย ผลการดำเนินงานในช่วง 6 เดือนแรกของปี 66  ว่า  เอ็นทีได้มุ่งลดค่าใช้จ่ายและปรับโครงสร้างขององค์กรต่อเนื่อง ให้คล่องตัวและมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงหาช่องทางสร้างรายได้ใหม่ๆ หลังจากที่แนวโน้มรายได้ของธุรกิจต่างๆ จะลดลง โดยเฉพาะในปี 68  ใบอนุญาตใช้คลื่นความถี่จะหมดลง ทำให้รายได้หมื่นกว่าล้านต่อปีจะไม่มี

“  ต่อจากนี้ไปต้องเร่งสร้างธุรกิจใหม่ และลดต่าใช้จ่าย เพื่อเพิ่มรายได้ โดยที่ผ่านมา ได้ปรับลดพนักงานลงต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีพนักงานประมาณ 13,000 คน โดยตามแผนจะปรับลดลง 40-50%  ให้เหลือ 7,000 คนในปี 70   ซึ่งค่าใช้จ่ายพนักงานคิดเป็นสัดส่วน 30-40%  ซึ่งได้มีการเปิดโครงการเกษียณก่อนกำหนดต่อเนื่อง โดยปีนี้ตั้งเป้า  1600 คน มีคนสมัคร 800 คน ใช้งบประมาณ 2,000  ล้านบาท คาดว่าจะเสนอต่อคณะกรรมการ (บอร์ด) บริษัทภายในเดือน ก.ย.66 เพื่อประกาศใช้โครงสร้างใหม่ ม.ค.66 นอกจากนี้ยุบศูนย์บริการที่ซ้ำซ้อน เพื่อลดค่าใช้จ่ายต่างๆด้วยและลดการลงทุน ในธุรกิจบอร์ดแบรนด์ ”

พ.อ.สรรพชัยย์  กล่าวต่อว่า สำหรับการหารายได้ใหม่ๆ คือ การให้บริการ 5จี คลื่น 700 เมกะเฮิรตซ์ เชิงพาณิชย์ คาดว่าจะเริ่มได้ในไตรมาส 4  โดยจะใช้เงินลงทุนตลอดโครงการ 33,000 ล้านบาท รองรับลูกค้าได้ 3.6% ส่วนคลื่น 2..6 กิกะเฮิรตซ์ คาดว่าจะเริ่มในปี 67 การลงทุนเป็นโครงการๆ  ช่วงแรกจะใช้ประมาณ 600 ล้านบาท  เน้นการใช้งานในอุตสาหกรรมต่างๆ  โดยเฉพาะ สมาร์ท แฟทเทอรี่ และ การหารายได้จากอสังหาริมทรัพย์กว่า 2,000 ไร่ ที่มีอยู่  รวมถึง ธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ ที่ให้บริการภาครัฐ ฯลฯ

สำหรับครึ่งปีแรก  ( ม.ค.-มิ.ย.66) มีรายได้ 42,447 ล้านบาท รายจ่าย 40,900 ล้านบาท กำไร 1,547 ล้านบาท แต่หากรวมค่าใช้จ่ายโครงการเกษียณก่อนกำหนด ที่มีค่าใช้จ่าย 2,185 ล้านบาท ทำให้ครึ่งปีแรกขาดทุน 638 ล้านบาท แต่คาดว่าสิ้นปีจะมีกำไร 1,000-2,000 ล้านบาท หากไม่มีรายการพิเศษเกิดขึ้น เช่น การแพ้คดีความ เป็นต้น

สำหรับรายได้แต่ละบริการแบ่งออกเป็น บริการโครงสร้างพื้นฐาน 4,807 ล้านบาท,บริการระหว่างประเทศ 1,107 ล้านบาท ,บริการโทรศัพท์มือถือ 23,497 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากพันธมิตร 22,303 ล้านบาท รายได้รีเทล 1,194 ล้านบาท ,บริการบรอดแบนด์ 9,289 ล้านบาท ,บริการดิจิทัล 2,032 ล้านบาท และบริการอื่นๆ 9 ล้านบาท