เมื่อวันที่ 18 ส.คดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ติดตามและให้กำลังใจการอบรมเชิงปฏิบัติการออกแบบและจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ภาษาไทยเพื่อพัฒนาทักษะการอ่านของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 โรงเรียนในพื้นที่โครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ และพื้นที่ข้างเคียงขยายผลการพัฒนา ซึ่งจัดโดย สพป.เชียงราย เขต 3 และมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ฯ ระหว่างวันที่ 17-18 สิงหาคม 2566 ณ โรงแรมเชียงรายแกรนด์รูม โดยมีผู้เข้าร่วมการอบรม จำนวน 60 คน แบ่งเป็นระดับชั้นละ 20 คน และผู้แทนจากมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ เข้าร่วม ได้แก่ นางสาวจรรยา ชัยบุญลือ ผู้ชำนาญการด้านวิชาการ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ คุณธนารักษ์ ปั้นเทียน คุณนัฐนันท์ อุตมาธานี รวมถึงผู้แทนเขตพื้นที่ นายโยธิน สิทธิประเสริฐ รองผอ.สพป.เชียงราย เขต 3 นายอานนท์ วงศ์วิชญ์ ผอ.กลุ่มนโยบายและแผน นายอังคาร อยู่ลือ ศึกษานิเทศก์ และคณะศึกษานิเทศก์ สพป.เชียงราย เขต 3 เป็นวิทยากร

ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช กล่าวว่า การอบรมครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญ คือ การจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้พัฒนาทักษะการอ่านจับใจความสำคัญโดยใช้เทคนิค OK5R, SQ4R และบันได 6 ขั้น เป็นกระบวนการที่ผ่านการวิจัยที่น่าเชื่อถือ ซึ่งเป็นทางเลือกเพื่อเป็นเครื่องมือช่วยสนับสนุนในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ รวมถึงช่วยให้เกิดประสิทธิภาพการเรียนการสอนให้ครูที่บรรจุใหม่ ครูที่ไม่ได้จบตรงสาขาวิชาภาษาไทย และไม่ได้มีความถนัดในการจัดการเรียนการสอนภาษาไทย ส่งเสริมการอ่านของนักเรียน จะได้มีแนวทางในการจัดการเรียนการสอนในทิศทางเดียวกัน ซึ่งเขตพื้นที่ได้วางแผนร่วมกันจากการประชุมเพื่อการติดตามที่ผ่านมา ทำให้ได้แนวทางการดำเนินการ และการนิเทศ โดยได้มีการวางแผนและออกแบบร่วมกันระหว่าง สพป.เชียงราย เขต 3 และมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ฯ และในการนิเทศติดตามนั้นเป็นการใช้วิธีการนิเทศโดยใช้ห้องเรียนเป็นฐาน คือการดำเนินการโดยคำนึงถึงคุณภาพของห้องเรียนที่มีคุณภาพของครูและผู้เรียนเป็นหลัก กล่าวคือ ครูมุ่งเน้นการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ซึ่งมีกระบวนการจัดการเรียนรู้โดยใช้ภาระงานเป็นฐาน (Task Based Learning : TBL) เป็นแนวทางหนึ่งที่ให้ครูสามารถเลือกใช้ และแนวทางอื่นๆ ตามความเหมาะสมที่มีลักษณะเป็นการจัดการเรียนรู้เชิงรุก สำหรับวิชาภาษาไทย และครูมีการนำผลการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ไปใช้พัฒนาผู้เรียน ที่คำนึงถึงความแตกต่างของผู้เรียนเป็นรายบุคคล
.
การอ่านนับเป็นพื้นฐานสำคัญของนักเรียน เป็นเครื่องมือที่จะสามารถนำพานักเรียนบรรลุไปถึงสมรรถนะสำคัญตามหลักสูตรได้ และสิ่งที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานดำเนินการขับเคลื่อนในขณะนี้คือการเตรียมความพร้อมสำหรับการประเมินตามแนวทาง PISA การอ่านจับใจความสำคัญ อย่างเป็นระบบ เพื่อพัฒนาทักษะการคิด แล้วสามารถสื่อสาร ต่อยอดจากสิ่งที่อ่านได้ จะสามารถทำให้นักเรียนอ่านบทอ่านที่มีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้เกิดคุณภาพตามแนวทาง PISA ได้
.
“จากการประชุมในวันนี้ ขอชื่นชมทุกท่าน ทั้งผู้แทนมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่ ศึกษานิเทศก์ คณะทำงานทุกท่าน ที่ทำงานร่วมกันอย่างเข้มแข็งทำให้คุณภาพของงานมีความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง และอยากให้การทำงานครั้งนี้เกิดประโยชน์สูงสุดกับครูและผู้บริหารขอให้มีการเชื่อมโยงการทำงานในครั้งนี้กับ PA ของครูทุกคนให้ลดภาระในการทำงานที่ซ้ำซ้อน รวมถึง การทำความเข้าใจตัวชี้วัดที่มีการจัดกลุ่มเป็นระบบ จะช่วยส่งเสริมให้การจัดการเรียนการสอนแบบเชิงรุก active learning มีประสิทธิภาพมากขึ้น และจะได้เกิดสิ่งที่มีคุณค่าในการดำเนินการจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนานักเรียน โดยผู้บริหารจะต้องเป็นผู้นำในการดำเนินการ เป็นที่พึ่งให้กับครูได้ ในการอำนวยความสะดวกต่างๆ ส่วนเขตพื้นที่ก็จะเป็นหน่วยงานที่เชื่อมโยง บูรณาการการทำงานให้กับโรงเรียน และจัดทำเป็นวง PLC ในภาพรวมของกลุ่มโรงเรียน หรือเขตพื้นที่ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกันต่อไป” รองเลขาธิการ กพฐ. กล่าว