ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่ปิดท้ายเมื่อวันอาทิตย์ที่ 20 ส.ค. ที่ผ่านมา เวสต์แฮม ยูไนเต็ด เปิดรังลอนดอน สเตเดี้ยม รับการมาเยือนของ เชลซี โดยเกมในครึ่งแรกเป็น “ขุนค้อน” ที่ได้ประตูนำก่อน 1-0 จาก นาเยฟ อาแกร์ด ตั้งแต่นาทีที่ 7 แต่ถึงนาทีที่ 28 “สิงห์สำอาง” มาได้ประตูตีเสมอเป็น 1-1 จากการยิงของ คาร์นีย์ ชุควูเอเมกา
ถึงนาทีที่ 43 เชลซี มาได้จุดโทษจากจังหวะที่ ราฮีม สเตอร์ลิง ถูกเสียบร่วงบริเวณกรอบเขตโทษ แต่ เอ็นโซ เฟร์นานเดซ ยิงไปติดเซฟของ อัลฟงส์ อาเรโอลา นายทวารเจ้าถิ่น จบครึ่งแรกเสมอกันอยู่ 1-1

เข้าสู่ครึ่งหลัง “สิงห์สำอาง” เริ่มครองเกมได้เหนือกว่า แต่ถึงนาทีที่ 53 กับเป็น “ขุนค้อน” ที่ได้ประตูนำ 2-1 จากการยิงของ มิคาอิล อันโตนิโอ ถึงนาทีที่ 67 เจ้าถิ่นต้องเหลือ 10 คนหลัง อาแกร์ด โดนใบเหลืองที่ 2 กลายเป็นใบแดงถูกไล่ออกจากสนาม หลังจากนั้น ทีมเยือนบุกหนัก แต่ยังยิงคืนไม่ได้

ถึงช่วงทดเจ็บ “ขุนค้อน” มาได้จุดโทษจากจังหวะที่ มอยเซส ไกเซโด กองกลางตัวใหม่เจ้าของสถิติค่าตัวแพงสุดของลีกผู้ดี ที่ลงมาเป็นตัวสำรองในครึ่งหลังนั้น เสียบ เอแมร์ซอน แบ๊กซ้ายเจ้าถิ่นร่วงในเขตโทษ ก่อนที่ ลูคัส ปาเกตา จะสังหารไม่พลาด เป็นประตูย้ำชัยชนะให้ เวสต์แฮม คว้าชัย 3-1 เก็บเพิ่มเป็น 4 แต้มจาก 2 นัด รั้งอันดับ 6 ส่วน เชลซี มี 1 แต้มจาก 2 นัด รั้งที่ 15 ของตาราง

เครดิตภาพ : AFP



