เมื่อวัน 26 ส.ค. ที่สำนักงานเขตประเวศ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. เปิดเผยภายหลังการประชุมในกิจกรรม “ผู้ว่าฯ สัญจร เขตประเวศ” กรณีแผ่นปูนหล่นลงมากลางแยกถนนสาทร-นราธิวาสฯว่า แผ่นปูนขอบทางวิ่งของรถไฟฟ้าที่หล่นลงมา อยู่ในความดูแลรับผิดชอบของ บมจ. ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ (BTSC) ผู้รับสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวของกรุงเทพมหานคร โดยแท่งปูนที่ตกลงมาคือ “บัวคอนกรีตเสริมแรง” ใช้ตกแต่งขอบทางวิ่งของรถไฟฟ้า มีเฉพาะในส่วนพื้นที่สัมปทานประมาณ 14,000 แผ่น ซึ่งทำด้วยวัสดุ Glass Fiber Reinforced Concrete (GRC) ขนาดยาวประมาณ 2-3 เมตร เท่านั้น ส่วนขอบทางวิ่งในส่วนพื้นที่ต่อขยาย 1 และ 2 จะเป็นคอนกรีตหล่อในที่ โดยเป็นชิ้นเดียวกับโครงสร้างหลักจึงไม่มีปัญหาการร่วงหล่น

ทั้งนี้ ทางบริษัทได้เร่งตรวจสอบและรื้อชิ้นส่วนบัวคอนกรีตที่ชำรุดออกไปแล้วประมาณ 2,000 แผ่น และติดตั้งชิ้นส่วนใหม่กลับคืนที่เดิมด้วย “บัวพลาสติกเสริมแรง” ประมาณ 1,200 แผ่น ซึ่งเป็นวัสดุที่เรียกว่า Fiber Glass Reinforced Plastic (FRP) มีน้ำหนักเบากว่า เชื่อมติดประสานได้แข็งแรงและทนทานกว่า โดยมีแผนจะรื้อเปลี่ยนเป็นวัสดุใหม่นี้ เริ่มจากบริเวณทางแยกก่อนและเปลี่ยนที่อื่น ๆ ต่อไปจนครบ นอกจากนี้ กรุงเทพมหานคร ได้เร่งรัดให้ไปดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด พร้อมย้ำ สำนักการโยธาว่าต้องดูอย่างครอบคลุมทุกอย่าง ไม่ใช่เฉพาะตัว BTS แต่ไม่ว่าจะเป็นสะพานลอยข้ามแยก สะพานลอยคนข้ามต่าง ๆ ที่อาจมีสิ่งร่วงหล่นใส่ประชาชนได้ให้ไปไล่ตรวจสอบให้หมด รวมทั้งโครงการอื่นที่อยู่ในพื้นที่รถไฟฟ้าสายอื่นที่มีความเสี่ยงทั้งหมด

ผู้สื่อข่าวถามถึงโครงการที่ทางกรุงเทพฯมหานครเตรียมเสนอต่อรัฐบาลใหม่ให้พิจารณานั้นมีโครงการอะไรบ้าง นายชัชชาติ กล่าวว่า สำหรับโครงการที่อยากจะเสนอกับทางรัฐบาลใหม่ ก็จะเป็นโครงการที่ต่อเนื่องไป เรื่องที่ค้างอยู่คือรถไฟฟ้า BTS ที่กรุงเทพมหานครขอเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน รวมทั้งเรื่องที่มาช่วยแชร์กันในค่าลงทุนซึ่งเป็นมติของ สจล. ตั้งแต่สมัยเก่าแล้วยังไม่ได้จบกันจะต้องเร่งคุย

ส่วนเรื่องภาษีที่ดินปลูกสร้าง ซึ่งมีส่วนหนึ่งที่รัฐบาลลดภาษีเพื่อเป็นของขวัญให้ประชาชนที่อาจจะต้องจ่ายคืนให้ท้องถิ่น ไม่ใช่เฉพาะ กทม. แต่เป็นท้องถิ่นทั่วประเทศ หรือว่าอนาคตภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างจะทำอย่างไร จะใช้อัตราไหน ต้องปรับปรุงไหม ซึ่งต้องแก้ในแง่ของกระทรวงการคลัง รวมถึงข้อบังคับต่าง ๆ มีลิสต์อยู่แล้วประมาณ 16-17 ข้อ ถ้ามีโอกาสก็คงได้เสนอทางกระทรวงมหาดไทยก่อนเพราะว่ากรุงเทพมหานครอยู่ใต้กระทรวงมหาดไทยก็ต้องคุยเป็นลำดับชั้นไปก่อน กรุงเทพมหานครต้องทำงานร่วมกับรัฐบาลอยู่แล้ว เมื่อมีรัฐบาลที่ชัดเจนก็พร้อมที่จะทำงานเดินหน้าต่อไป.