สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา เมื่อวันที่ 27 ส.ค. ว่ากระทรวงการต่างประเทศเมียนมาออกแถลงการณ์ เมื่อวันอาทิตย์ ว่าอุปทูตรักษาการแทนเอกอัครราชทูตติมอร์-เลสเต มีสถานะเป็น “บุคคลไม่พึงปรารถนา” และต้องเดินทางออกจากเมียนมาภายใน 7 วัน หรือภายในวันที่ 1 ก.ย. ที่จะถึง
แถลงการณ์ของรัฐบาลทหารเมียนมาไม่ได้ระบุต้นสายปลายเหตุ โดยกล่าวเพียงว่า “เนื่องจากการกระทำของรัฐบาลติมอร์-เลสเต เป็นสิ่งที่แทบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ” ซึ่งเป็นการสนับสนุน “องค์กรก่อการร้าย” ให้สร้างความรุนแรงในเมียนมา
Myanmar expels top Timor-Leste diplomat https://t.co/hEkPvDn03C pic.twitter.com/5YzPURruNv
— CNA (@ChannelNewsAsia) August 27, 2023
อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีโฮเซ รามอส-ฮอร์ตา ผู้นำติมอร์-เลสเต พบหารือกับนางซิน มาร์ อ่อง รัฐมนตรีต่างประเทศของรัฐบาลแห่งชาติ ( เอ็นยูจี ) ซึ่งเป็นองค์กรการเมืองของฝ่ายต่อต้านรัฐบาลทหารเมียนมา ที่กรุงดิลี เมืองหลวงของติมอร์-เลสเต เมื่อเดือนก.ค. ที่ผ่านมา
ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศติมอร์-เลสเต ออกแถลงการณ์ ประณามคำสั่งของรัฐบาลทหารเมียนมา และยืนยันว่า รัฐบาลติมอร์-เลสเต จะยืนหยัดสนับสนุนการกลับคืนสู่เส้นทางประชาธิปไตยของเมียนมา การเคารพหลักการสิทธิมนุษยชน และการร่วมแสวงหาแนวทางที่สร้างสรรค์และสันติ เพื่อคลี่คลายวิกฤติการณ์ในเมียนมา
ทั้งนี้ ติมอร์-เลสไต เข้าใกล้การเป็นสมาชิกลำดับที่ 11 ของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ( อาเซียน ) อย่างเต็มตัว โดยที่ประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนมีมติเมื่อปีที่แล้ว เห็นชอบในหลักการรับติมอร์-เลสเต เข้าเป็นสมาชิก และตอนนี้ถือว่า ติมอร์-เลสเต มีสถานะผู้สังเกตการณ์ของอาเซียน สามารถเข้าร่วมการประชุมอาเซียนได้ทุกรายการ
กระนั้น นายซานานา กุสเมา นายกรัฐมนตรีติมอร์-เลสเต กล่าวว่า รัฐบาลดิลี “อาจทบทวน” การเตรียมเข้าเป็นสมาชิกอาเซียน หากประชาคมแห่งนี้ไม่สามารถหาทางออกร่วมกันได้อย่างสันติและสร้างสรรค์ เพื่อคลี่คลายวิกฤติการณ์ในเมียนมา.
เครดิตภาพ : AFP



