เรียกได้ว่ากำลังกลายเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่ชาวเน็ตบนโลกออไลน์ต่างพากันให้ความสนใจ และแชร์กันออกไปเป็นจำนวนมาก ภายหลังแฟนเพจเฟซบุ๊ก เรื่องเล่าจากโรงพยาบาล ได้ออกมาโพสต์ข้อความ และให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องการ “สั่งอย่าโดยไม่จำเป็น” ทำให้เกิดผลกระทบตามมาได้ ดั่งเคสที่เพจได้ยกตัวอย่าง โดยระบุเรื่องราวว่า

“อย่ากินยาโดยไม่จำเป็น อย่าสั่งโดยไม่จำเป็น ภาพขวามือเป็นภาพเอกซเรย์ปกติของบริเวณท้อง ส่วนภาพซ้ายเป็นภาพของผู้ป่วยรายหนึ่งที่มีอาการปวดท้อง ท้องเสีย ผู้ป่วยมีประวัติเมื่อ 1 สัปดาห์ก่อนมีอาการไข้ ไอ เจ็บคอ ได้รับการตรวจวินิจฉัยว่าเป็นไข้หวัดใหญ่ แต่ได้รับยาปฏิชีวนะเป็น augmentin พอกิน 1 อาทิตย์ ก็มีอาการท้องเสีย ปวดท้อง เอกซเรย์มาก็เห็น ลม แก๊ส เต็มท้องไปหมด (ในภาพเอกซเรย์ ลมจะเห็นเป็นสีดำ) เยอะมากจนลำไส้ใหญ่ ขยายเต็มท้อง

ลักษณะนี้เกิดจากการกินยาปฏิชีวนะ ปกติในลำไส้คนเราจะมีเชื้อแบคทีเรียที่เราเรียกเชื้อประจำถิ่นอยู่ ช่วยรักษาสมดุลในร่างกาย พอเรากินยาปฏิชีวนะโดยเฉพาะยาที่มีฤทธิ์ต่อเชื้อหลายชนิด ทำให้เชื้อประจำถิ่นส่วนหนึ่งตายไป เชื้อที่ก่อโรคได้เติบโตขึ้นแทน จนทำให้เกิดพยาธิสภาพขึ้นเกิดโรค จนกระทั่งเกิดอาการผิดปกติขึ้น ในเคสนี้แปลก ทั้งที่ตรวจยืนยันว่าเป็นไข้หวัดใหญ่ แต่ยังกินยาปฏิชีวนะซะงั้น ที่เจอประจำ คือ อาการ และ ตรวจร่างกาย ไอ เจ็บคอ มั่นใจว่าเป็นแค่หวัด แต่คนไข้อยากได้ยาฆ่าเชื้อ ยาแก้อักเสบ (ซึ่งทั้งหมดนั้น หมายถึง ยาปฏิชีวนะ) ต้องอธิบายกันอยู่นาน กว่าจะยอมเข้าใจ ว่ามันไม่จำเป็นต้องกิน กินแล้วเกิดผลเสียได้

บอกกันตรงนี้เลยว่า หลายครั้งก็พูดจนเหนื่อย หรือ บางครั้งก็เหนื่อยที่จะพูด แต่ในอีกมุม ก็ต้องยอมรับว่าหมอๆ เราเอง หลายท่านก็ไม่มั่นใจ ที่จะไม่สั่งยา ตอนผมจบใหม่ๆ ก็เป็นเหมือนกัน เจ็บคอแบบไหน ต้องให้ยาปฏิชีวนะ แบบไหนไม่ต้อง ไอ้ทอนซิลที่ว่าติดเชื้อแบคทีเรียหน้าตาเป็นไง (ไว้จะเอารูปมาใช้ดูอีกที) และจะมีอีกบางท่าน ที่สั่งๆ ไป ด้วยความเคยชิน หรือ ด้วยความไม่รู้จริงๆ หรือ ตัดรำคาญ อธิบายแล้วคนไข้ไม่ยอม ดังนั้นนอกจากจะบอกคนทั่วไปตรงนี้ว่า อย่ากิน ยาปฏิชีวนะ ก็ต้องบอกหมอๆ ด้วยว่า อย่าสั่งยาปฏิชีวนะโดยไม่จำเป็น”..
ขอบคุณภาพประกอบ : เรื่องเล่าจากโรงพยาบาล



