นายเกษมสุข จงมั่นคง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารธุรกิจกอล์ฟ กลุ่มบริษัทในเครือ เอ็ม บี เค กล่าวว่า จากสถานการณ์วิกฤติโควิด-19 ที่คลี่คลายลง ปัจจุบันเริ่มมีสัญญาณที่ดีของเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการฟื้นตัวของการท่องเที่ยว ทำให้มีนักท่องเที่ยวเริ่มกลับมาท่องเที่ยวและจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น ไม่เพียงแค่ธุรกิจศูนย์การค้า ธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยวในเครือ เอ็ม บี เค ที่เติบโตเท่านั้น ธุรกิจกอล์ฟ กลับมาคึกคักมากขึ้น ภาพรวมผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกดีขึ้น มีรายได้เพิ่มขึ้น 30% มีนักกอล์ฟทั้งชาวไทยและต่างชาติให้มาใช้บริการเพิ่มมากขึ้น โดยสนามกอล์ฟ 2 สนาม ในจังหวัดภูเก็ต สนามล็อค ปาล์ม กอล์ฟ คลับ และสนามเรด เมาท์เทิน กอล์ฟ คลับ กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ ส่วน 2 สนามกอล์ฟ ในจังหวัดปทุมธานี สนามริเวอร์เดล กอล์ฟ คลับ และสนามบางกอก กอล์ฟ คลับ มีผลการดำเนินการที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

โดยเฉพาะ สนามบางกอก กอล์ฟ คลับ เติบโตอย่างเห็นได้ชัดเจน มีกลุ่มนักกอล์ฟใหม่ๆ เพิ่มขึ้น 80% เมื่อเทียบจากปีที่ผ่านมา ส่วนมากเป็นนักกอล์ฟวัยทำงาน First Jobber นักเรียน และกลุ่มนักศึกษา โดยเฉลี่ยอายุอยู่ที่ 25-35 ปี ที่มาออกรอบช่วง Night Golf มากขึ้น ส่งผลให้ Night Golf โตขึ้น 19% ส่วน Day Golf ยังได้รับความนิยมจากกลุ่มเจ้าของกิจการที่มาใช้บริการอย่างสม่ำเสมอ สำหรับภาพรวมกลุ่มนักกอล์ฟที่มาใช้บริการสนามบางกอก กอล์ฟ คลับ ในช่วงเดือน ม.ค.-ก.ย. จะเป็นนักกอล์ฟ คนไทย 80% ช่วง High Season เดือน ต.ค.-ธ.ค. เป็นคนไทย 60% และนักท่องเที่ยวที่ตั้งใจมาตี 40% (เกาหลี, ญี่ปุ่น, อเมริกัน, จีน, สิงคโปร์)

อย่างไรก็ตาม แม้ภาพรวมของธุรกิจกอล์ฟ จะดีขึ้นแต่ด้วยสังคมปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงมากขึ้น ลูกค้ามีความต้องการที่หลากหลายและเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว การดำเนินธุรกิจยิ่งต้องเข้าใจและเข้าถึงลูกค้ามากขึ้น เอ็ม บี เค ไม่หยุดนิ่งที่จะพัฒนาเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มผู้บริโภคกลุ่มคนรุ่นใหม่
ทั้งนี้ สนามบางกอก กอล์ฟ คลับ ปรับภาพลักษณ์แบรนด์ ทั้งตัวโลโก้และสีสัน ที่ทันสมัยและเข้าถึงง่าย เพื่อให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยและไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคปัจจุบัน โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ แต่ยังคงสะท้อนความเป็นสนามบางกอก กอล์ฟ คลับ ภายใต้คอนเซปต์ “Never Ending Challenge ความท้าทายไม่สิ้นสุด” แรงบันดาลใจการออกแบบองค์ประกอบโลโก้ใหม่ โดย ตัวอักษร “B” หมายถึง บางกอก กอล์ฟ คลับ มาจากวงสวิงและจุดเด่นของสนามโดยเฉพาะกรีนสปีดที่มีความตื่นเต้นท้าทาย ส่วนสีโลโก้เป็นสีท้องฟ้าแบบ Twilight สะท้อนถึงการให้บริการแบบ Day Golf และ Night Golf ในส่วนของสนามนั้นได้เพิ่มความสะดวกสบายและความสมบูรณ์สนามมากยิ่งขึ้น ปรับปรุงภูมิทัศน์ เพิ่มความสวยงาม ทำให้น่าเล่นมากกว่าเดิม บำรุงสนามฟื้นฟูกรีนและแฟร์เวย์ให้พร้อมอยู่เสมอ เพื่อต้อนรับนักกอล์ฟทุกท่านไม่ว่าจะเป็นมือใหม่ หรือโปรอาชีพที่มาใช้บริการได้รับความประทับใจและความรู้สึกที่ยอดเยี่ยมทุกครั้งในการพัตต์บนกรีนที่มี สปีดรวดเร็ว รวมทั้งรุกขยายฐานลูกค้ากลุ่มนักกอล์ฟใหม่ ๆ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้เล่นที่อายุน้อยอย่างต่อเนื่อง กับกิจกรรมส่งเสริมการขายด้วยราคาที่เข้าถึงได้ง่าย รวมทั้งผู้สนใจกีฬากอล์ฟตั้งแต่ระดับเริ่มต้นถึงระดับมืออาชีพ

ขณะเดียวกันร่วมส่งเสริมกีฬากอล์ฟอย่างต่อเนื่อง โดยร่วมมือกับพันธมิตรทั้งภาคเอกชนและหน่วยงานรัฐ จัดการแข่งขันกอล์ฟระดับประเทศและนานาชาติ เพื่อส่งเสริมนักกอล์ฟอาชีพของไทยให้มีศักยภาพเพิ่มขึ้น ล่าสุดร่วมกับ All Thailand Golf Tour และ สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จัดการแข่งขันรายการ “Singha-Bangkok Open 2023” ระหว่างวันที่ 7-10 ก.ย. นี้ ที่สนามบางกอก กอล์ฟ คลับ และร่วมกันพัฒนาพื้นที่บริเวณสนามไดร์ฟให้กลายเป็นศูนย์ฝึกกีฬากอล์ฟแบบครบวงจร โครงการ “All Thailand Golf Training Center” ตลอดจนร่วมสนับสนุนนักอล์ฟอาชีพไทย ให้ก้าวไปสู่การแข่งขันระดับโลกและสร้างผลงานในอันดับต้นๆ ของโลก โดยนักกอล์ฟที่สนับสนุน ได้แก่ “โปรฟีเวอร์” นิติธร ทิพย์พงษ์, “โปรบูม” อิทธิพัทธ์ บูรณธัญรัตน์, “โปรภูมิ” ภัทรภูมิ ปาจารย์, “โปรโก้” รัชพล จันทวารา, “โปรเต๋อ” พิสิฐชัย ทิพย์พงษ์, “โปรเข้มข้น” เข้มข้น ลิพะสุต, “โปรแพรว” ภัทราพรศรี ภัทรประสิทธิ์ และ “โปรสายป่าน” ปัณณรัตน์ ธนพลบุญรัศมิ์ โดยสนับสนุนสถานที่ฝึกซ้อมแบบครบวงจร และออกรอบแบบไม่มีค่าใช้จ่าย และอุปกรณ์กอล์ฟเพื่อใช้ในการแข่งขัน.



