สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงพริทอเรีย ประเทศแอฟริกาใต้ เมื่อวันที่ 4 ก.ย. ว่า ประธานาธิบดีไซริล รามาโฟซา ผู้นำแอฟริกาใต้ เปิดเผยรายงานซึ่งจัดทำโดยคณะสอบสวนอิสระ เพื่อตรวจสอบกรณีนายรูเบน บริดจ์ตี เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำแอฟริกาใต้ กล่าวว่า แอฟริกาใต้มอบความสนับสนุนด้านอาวุธให้แก่รัสเซีย โดยส่งไปกับเรือบรรทุกสินค้าลำหนึ่งของรัสเซีย ซึ่งเทียบท่าในเมืองเคปทาวน์ เมื่อเดือน ธ.ค. 2565 และทำให้สหรัฐมีความวิตกกังวล เกี่ยวกับจุดยืน “ความเป็นกลางและความไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด” ของแอฟริกาใต้


ทั้งนี้ ผลการตรวจสอบอย่างละเอียดยืนยันว่า เรือลำนั้นแท้จริงแล้วทำหน้าที่ลำเลียงอาวุธ ซึ่งกองทัพแอฟริกาใต้สั่งซื้อจากรัสเซีย ตามข้อตกลงเมื่อปี 2561


ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศแอฟริกาใต้ออกแถลงการณ์เพิ่มเติมว่า บริดจ์ตีขอโทษโดยตรงต่อรัฐบาลแอฟริกาใต้ และยังโพสต์แสดงความเสียใจต่อคำกล่าวของตัวเอง ผ่านโซเชียลมีเดียอีกหลายแพลตฟอร์มด้วย


อนึ่ง แอฟริกาใต้เป็นที่จับตาของสหรัฐในเรื่องนี้มากขึ้น จากการร่วมการซ้อมรบทางทะเลกับกองทัพจีนและรัสเซีย เมื่อช่วงต้นปีนี้

นอกจากนี้ นับตั้งแต่สงครามในยูเครนปะทุ แอฟริกาใต้งดออกเสียงมติประณามรัสเซียของสมัชชาสหประชาชาติ (ยูเอ็นจีเอ) และปฏิเสธร่วมใช้มาตรการคว่ำบาตรรัสเซียกับพันธมิตรตะวันตก อีกทั้งแอฟริกาใต้เป็นเจ้าภาพการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ “บริกส์” ที่เมืองโจฮันเนสเบิร์ก เมื่อปลายเดือนที่แล้ว ซึ่งสมาชิกปัจจุบัน นอกเหนือจากแอฟริกาใต้ ได้แก่ จีน รัสเซีย อินเดีย และบราซิล.

เครดิตภาพ : AFP