นายดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท)  เปิดเผยว่า ปณท ได้ครบรอบ 140 ปี แผนงานจากนี้ จะยกระดับบริการขนส่งให้มีคุณภาพ  มีความแตกต่างจากคู่แข่งในตลาด   และการพัฒนาบริการสู่ดิจิทัล เพื่อสร้างการเติบโตให้ธุรกิจ โดยการใช้ใช้ศักยภาพเครือข่ายที่ครอบคลุมทุกพิ้นที่ในประเทศไทย  อาทิ การรับส่งของชิ้นใหญ่ เช่น  มอเตอร์ไซต์ การส่งสัตว์น้ำ จำพวกปลากัด การส่งยาให้โรพยาบาลต่างๆ  การส่งทองให้ร้านทอง และ การขนส่งเย็น ฯลฯ   

“ตลาดธุรกิจขนส่ง มีการแข่งขันกันสูง จึงต้องพัฒนาโซลูชั่นและบริการที่มีความแตกต่าง ที่คำอื่นไม่ทำกัน เพื่อให้ตอบโจทย์ของผู้บริการได้ทุกกลุ่ม เมื่อต้องการส่งของ ส่งพัสดุจะได้นึกถึง ไปรษณีย์ไทย นอกจากนี้ ก็ไดมีการขยายเครือข่ายรับส่งเพิ่มเป็น 3 หมื่นแห่งทั่วประเทศ  ให้ส่งได้ง่าย เร็ว สะดวก  มีคุณภาพ และราคาไม่แพง  ตอบโจทย์กลุ่มคนรุ่นใหม่ เข้ากับการรีแบรนด์ เพื่อให้ดูทันสมัยมากขึ้น”

ดนันท์ สุภัทรพันธุ์

นายดนันท์ กล่าวต่อว่า สำหรับภาพรวมธุรกิจ ในช่วงครึ่งปีแรก มีรายได้ 10,833.31 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกัน ของปีที่ผ่านมา 12.67% กำไรสุทธิทั้งสิ้น 157.72 ล้านบาท โดยกลุ่มบริการขนส่งและโลจิสติกส์ครองสัดส่วนรายได้ สูงสุดถึง 44.11% ตามด้วย กลุ่มบริการไปรษณียภัณฑ์ 36.04% กลุ่มบริการระหว่างประเทศ 13.60% กลุ่มบริการค้าปลีก 2.35% กลุ่มบริการการเงินและบริการอื่นๆ 2.84% และรายได้อื่นๆ 1.06% สำหรับครึ่งปีหลัง พร้อมใช้เทคโนโลยี พัฒนาบริการโดยแบ่งเป็น 4 กลุ่มหลัก คือ

• ไปด้วยกันที่มากกว่าการส่ง ซึ่งจะเน้นการนำศักยภาพที่มี และสร้างศักยภาพใหม่ให้ ทุกคนได้ใช้ประโยชน์ที่มากกว่าการขนส่ง โดยเฉพาะการก้าวสู่ Data Company จากการเป็น Information Logistics ที่มีข้อมูลแบบไร้ขีดจำกัด เช่น บริการ Prompt Post ที่จะทรานส์ฟอร์มเอกสารทุกรูปแบบสู่เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ การแปลงระบบจ่าหน้าหรือที่อยู่ในรูปแบบดิจิทัลผ่านระบบ Digital Post ID การให้บริการ

ในรูปแบบ Postman as a service ที่สามารถนำข้อมูลและความรู้ ความเข้าใจในทุกพื้นที่มาต่อยอดนำเสนอบริการที่ตรงใจ พร้อมทั้งร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อนพี่ไปรฯ เพื่อเพิ่มความสะดวกในการใช้บริการ

• ไปด้วยกันกับประสบการณ์ใหม่ ๆ ผ่านบริการและโซลูชันที่จะทำให้คนไทยทุกคนและไปรษณีย์ไทยได้ใกล้ชิดกันมากขึ้น มีสิทธิประโยชน์ที่คุ้มค่าผ่าน Post Family ที่ปัจจุบันมีสมาชิกมากกว่า 600,000 ราย และตั้งเป้าให้ครบ 1,000,000 รายภายในปีนี้ การรองรับไลฟ์สไตล์ใหม่ ๆ ของคน ทุกเจเนอเรชันด้วยการใช้บริการไปรษณีย์ไทย เชื่อมโยงไปสู่ทุกจุดหมาย พร้อมเป็นแบรนด์ Top of Mind  ที่ทุกคนนึกถึงทั้งในการช้อปปิ้ง ทำธุรกิจ ตลอดจนเป็นผู้นำด้านการให้บริการขนส่งที่หลากหลายในตลาด  ทั้งส่งใหญ่ ส่งยุ่ง ส่งยาก ส่งยา ส่งเย็น

• ไปด้วยกันให้ทุกชีวิตดีขึ้นได้จริง จะเป็นการดำเนินงานที่ขับเคลื่อนด้วยหลัก ESG+E หมายถึงEnvironment, Social, Governance และ Economy ซึ่งเป็นแนวคิดเกี่ยวกับการพัฒนาขององค์กร อย่างยั่งยืนโดยการสร้างเครือข่ายการเติบโตที่ยั่งยืนเพื่อคนไทย เช่น การก้าวสู่ผู้ให้บริการไปรษณีย์ด้วยระบบประหยัดพลังงาน โครงการ reBOX ที่ขับเคลื่อนการใช้ทรัพยากรกล่อง ซองอย่างคุ้มค่า การส่งเสริมรายได้สินค้าชุมชนผ่านไทยแลนด์โพสต์มาร์ทและโครงการไปรษณีย์เพิ่มสุข เป็นต้น 

ทั้งนี้ได้ประมาณการว่า เมื่อถึงสิ้นปี จะมีรายได้ประมาณ 22,000  ล้านบาท จากปี 65 ที่มีรายได้ 19,500  ล้านบาท และขาดทุนประมาณ 2,000  ล้านบาท  ทำให้ในปีนี้คาดว่าผลประกอบการจะพลิกกลับมามีกำไรในรอบ 2 ปี ได้