สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงราบัต ประเทศโมร็อกโก เมื่อวันที่ 12 ก.ย. ว่า กระทรวงมหาดไทยโมร็อกโก รายงานจำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวรุนแรง 6.8 แมกนิจูด ในพื้นที่หุบเขา ใกล้กับเมืองมาร์ราเกช ที่เป็นเมืองใหญ่อันดับ 4 และเป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญของประเทศ เมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา เพิ่มเป็นอย่างน้อย 2,681 ราย


แผ่นดินไหวครั้งนี้ถือว่า รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศ นับตั้งแต่เหตุการณ์แผ่นดินไหวรุนแรง ที่เมืองอัล โฮไซมา ที่อยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของโมร็อกโก เมื่อปี 2547 แรงสั่นสะเทือนครั้งนั้น ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 628 ราย และแผ่นดินไหวรุนแรง เมื่อปี 2503 คร่าชีวิตประชาชนในโมร็อกโกมากกว่า 12,000 ราย


ทั้งนี้ จังหวัด อัล-ฮาอูซ ได้รับความเสียหายมากที่สุด เนื่องจากตั้งอยู่ใกล้กับศูนย์กลางของแผ่นดินไหว และแรงสั่นสะเทือนสามารถรับรู้ได้ไกลถึงกรุงราบัต และเมืองคาซาบลังกา ที่อยู่ห่างขึ้นไปทางเหนืออีกหลายร้อยกิโลเมตร


จนถึงตอนนี้ สเปนเป็นประเทศแรกที่รัฐบาลโมร็อกโกประสานขอความช่วยเหลือ และมีการส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปแล้วประมาณ 40 คน พร้อมสุนัขดมกลิ่นอีกหลายตัว นอกจากนี้ มีเพียงสหราชอาณาจักร กาตาร์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ที่ส่งทีมงานช่วยเหลือ ตามคำขอของทางการโมร็อกโก


อย่างไรก็ตาม การที่ภัยพิบัติครั้งนี้สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก หลายฝ่ายทั้งในและต่างประเทศ เรียกร้องโมร็อกโกให้เปิดรับความช่วยเหลือมากขึ้น และเร็วขึ้นกว่านี้ เนื่องจากการค้นหาผู้สูญหายเป็นเรื่องที่ต้องแข่งกับเวลา อีกทั้งหน่วยกู้ภัยท้องถิ่นยังขาดแคลนเครื่องมือหลายอย่าง


ทว่ารัฐบาลโมร็อกโกให้เหตุผลว่า หากนานาชาติส่งทีมช่วยเหลือเข้ามาภายในเวลาเดียวกัน จะกลายเป็นความวุ่นวายได้.

เครดิตภาพ : AFP