ฟุตบอลเอเชียนคัพ 2027 รอบคัดเลือก กลุ่ม D นัดสุดท้าย วันที่ 31 มี.ค.69 ที่ราชมังคลากีฬาสถาน เวลา 19.30 น. “ช้างศึก” ทีมฟุตบอลทีมชาติไทย พบ เติร์กเมนิสถาน

ทั้ง 2 ทีมมี 12 แต้ม แย่งคว้าตั๋วใบเดียวเข้ารอบสุดท้าย โจทย์ของทีมไทย คือ “ต้องชนะ” เท่านั้น เนื่องจากเกมแรก บุกแพ้มาก่อน 1-3 ทำให้ “เฮดทูเฮด” เป็นรอง หาก ไทยเสมอ หรือแพ้ ก็ตกรอบ ปล่อยให้ เติร์กเมนิสถาน บุกมาคว้าตั๋วถึงถิ่นไปเตะรอบสุดท้ายที่ ซาอุฯ แทน

ทีมชาติไทย ตอนนี้อยู่อันดับ 94 ของโลก และที่ 16 เอเชีย ส่วน เติร์กฯ ที่ 137 โลก และที่ 26 เอเชีย

เมื่อ 30 มี.ค.69 ได้มีการซ้อมอย่างเป็นทางการของทั้ง 2 ทีม ที่ราชมังคลากีฬาสถาน รวมทั้งมีการแถลงข่าวก่อนเกมด้วย

รอฟเชน เมเรดอฟ โค้ชทีมชาติเติร์กเมนิสถาน กล่าวว่า ไม่ว่าแมตช์ไหนก็ตาม ในนามทีมชาติได้เตรียมตัวอย่างพร้อมเสมอ

ขณะเดียวกัน ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่า เติร์กเมนิสถาน ไปเก็บตัวที่ประเทศเวียดนาม รวมทั้งมีโปรแกรมลับแข้งกับลาว ซึ่งนักข่าวไทยถามว่า ได้เตรียมตัวไปซ้อมประเทศไหนมาก่อนหรือไม่ เมเรดอฟ ตอบว่า ไม่ได้ไปไหน ซ้อมอยู่ในประเทศ ส่วนเกมแรกที่เปิดบ้านชนะไทย 3-1 นั้น อยากให้ลืมไป เพราะจะตัดสินพรุ่งนี้ ศึกษาไทยมาแล้ว เป็นหนึ่งในทีมที่แข็งสุดในรอบคัดเลือก ส่วนตัวรู้จัก แอนโธนี ฮัดสัน แต่คิดว่าไม่น่าเปลี่ยนการเล่นจากยุค มาซาทาดะ อิชิอิ มากนัก

ส่วน เอลมาน ทากาเยฟ นักเตะเติร์กฯ กล่าวว่า เตรียมตัวดี ทุกคนพร้อมสำหรับเกมนี้ ส่วนการที่ชนะเกมแรกนั้น ตนโฟกัสแค่แมตช์ต่อไป