นายภุชพงค์ โนดไธสง เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) เปิดเผยว่า รัฐบาลใหม่ได้มีนโยบาย “โก คลาวด์ เฟิร์ส “โดยนำข้อมูลของหน่วยงานภาครัฐ ขึ้นสู่ระบบคลาว์ดผ่าน “โครงการ จีดีซีซี ระบบคลาวด์กลางภาครัฐ” ที่มีอยู่แล้ว โดยให้บริษัท โทรคมคนาคมแห่งชาติ หรือเอ็นที เป็นผู้พัฒนาระบบ ซึ่งเบื้องต้นพบว่า ภาครัฐมีความต้องการใช้คลาวด์อยู่ที่ประมาณ 800,000 เซิร์ฟเวอร์เสมือน (วีเอ็ม) แต่โครงการคลาวด์ภาครัฐ ยังไม่ตอบโจทย์ เรื่องงบประมาณสนับสนุน ทำให้การสร้างระบบคลาวด์ไม่ทันกับความต้องการในการใช้งาน
“ภายใต้กรอบงบประมาณ 3 ปี (66-68) ของโครงการคลาวด์ภาครัฐ ตามแผนงานนั้นต้องให้บริการคลาวด์ภาครัฐ 25,000 วีเอ็ม ใช้งบประมาณปีละ 2,200 ล้านบาท แต่ทางสำนักงบประมาณ จัดสรรให้เพียงครึ่งเดียว หรือประมาณ 1,100 ล้านบาท ทำให้ต้องใช้งบประมาณจากทางกองทุนดีอีสนับสนุนอีก 700 ล้านบาท เพื่อดำเนินโครงการอย่างต่อเนื่อง”

นายภุชพงค์ กล่าวต่อว่า สดช.เตรียมเสนอการแก้ปัญหาดังกล่าวด้วยการเปิดโอกาสให้เอกชนผู้ให้บริการคลาวด์ทั้ง ในประเทศและต่างประเทศ เช่น ไอเน็ต , เอดับบลิวเอส,ไมโครซอฟท์ และ หัวเว่ย เป็นต้น เข้ามาให้บริการคลาวด์ กับหน่วยงานรัฐเพิ่มขึ้น โดย ทางสดช.จะเป็นผู้กำหนด ราคากลางของเอกชน และสำรวจความต้องการใช้งานจริงก่อน จากนั้นจะเสนอเข้าคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (บอร์ดดีอี) เพื่อเสนอขอความเห็นชอบ ต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป
สำหรับการสำรวจความต้องการใช้งาน และการกำหนดราคากลางต้องแบ่งตามประเภทการใช้งานคลาวด์ 4 ประเภท ได้แก่ 1.คลาวด์เพื่อความมั่นคงของหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ (ซีไอไอ) 2.คลาวด์เพื่อเก็บข้อมูลภาครัฐ และสามารถเชื่อมโยงข้อมูลสร้างบริการต่อประชาชนได้ 3.คลาวด์เพื่อเก็บข้อมูลแบบสตอเรจ และ 4. คลาวด์สำหรับข้อมูล ที่ต้องใช้การวิเคราะห์ข้อมูลระดับสูง



