รศ.ดร.ศุภัช ศุภชลาศัย กสทช. ด้านเศรษฐศาสตร์ เปิดเผยว่า สายงานวิชาการ ของ สำนักงาน กสทช. อยู่ระหว่างจัดทำดัชนีราคาในกิจการโทรคมนาคมขึ้นเป็นครั้งแรกของประเทศ ผ่านการศึกษา และจัดทำต้นแบบดัชนี เพื่อหาคำตอบราคาโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้งแบบรายเดือน (โพสต์เพด) และแบบเติมเงิน (พรีเพด) รวมถึงราคาอินเทอร์เน็ตบ้าน ว่า ปัจจุบันคนไทยใช้บริการแพงขึ้นหรือถูกลง โดยจะมีการรวบรวมข้อมูลจากแพ็กเกจของผู้ให้บริการ (โอปอเรเตอร์) ที่มีอยู่บนเว็บไซต์ และที่แจ้งเข้ามา และข้อมูลการเลือกใช้แพ็กเกจของปรชาชนทั่วประเทศ เพื่อมาคำนวณด้วยวิธีทางเทคนิค เพื่อให้ได้ค่าดัชนีของค่าบริการออกมา โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาสแรกของปี 67 และจะจัดทำในทุกไตรมาสต่อไป
“ปัจจุบันกิจการโทรคมนาคมเข้าสู่การให้บริการแบบหลอมรวม ผู้ใช้บริการไม่ได้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่เพื่อการโทรฯ เพียงอย่างเดียว แต่อินเทอร์เน็ตเริ่มเข้ามามีบทบาทสำคัญในการสื่อสารผ่านแอปพลิเคชันต่างๆ ทำให้การใช้งานอินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด และกลายเป็นสินค้าจำเป็นในการดำรงชีวิตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เหมือนค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเดินทาง ค่าน้ำมันรถ แต่ประชาชนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าราคาที่ผู้ประกอบการเก็บค่าบริการจากเราแพงขึ้นหรือถูกลง เพราะจะมีผลกระทบต่อผู้บริโภคทุกคน และหากแพงก็จะมีผลไปถึงต้นทุนการผลิต ต้นทุนของประชาชน การกระจายรายได้ ความเหลื่อมล้ำ และสะท้อนภาวะเศรษฐกิจ รวมถึงเรื่องการแข่งขันในตลาดด้วย”

รศ.ดร.ศุภัช กล่าวต่อว่า ผลจากการจัดทำดัชนีราคาโทรคมนาคมครั้งนี้ จะสะท้อนให้เห็นผลของการควบรวมกิจการโทรคมนาคม จาก 3 รายใหญ่ของไทยเหลือเพียง 2 รายว่า ผู้บริโภคได้ประโยชน์หรือเสียประโยชน์จากผลของราคา ที่จะแสดงออกมาให้เห็นจากการแข่งขันของผู้ประกอบการที่เหลือน้อยราย ซึ่งหากผลออกมาว่ามีราคาแพง ก็เป็นหน้าที่ของสำนักงาน กสทช. เข้าไปกำกับดูแล อย่างไรก็ตาม ก็ต้องหาจุดที่เหมาะสมด้วย โดยต้องให้ผู้บริโภคได้รับความเป็นธรรมในค่าบริการ ส่วนโอปอเรเตอร์ ก็ยังสามารถทำธุรกิจอยู่ได้ เพราะหากมีกำหนดโครงสร้างราคาที่ต่ำมาก อาจส่งผลให้โอเปอเรเตอร์ไม่มีเงินลงทุนไปขยายโครงข่ายและปรับปรุงบริการที่มีประสิทธิภาพได้
สำหรับการจัดทำดัชนีราคาโทรคมนาคม จะถูกออกแบบมาเพื่อสะท้อนภาพราคาให้ผู้บริโภคเห็นภาพได้ชัดเจนขึ้นว่า ผู้ใช้บริการได้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบเติมเงิน โทรศัพท์เคลื่อนที่แบบรายเดือน และอินเทอร์เน็ตบ้านแพงขึ้นหรือถูกลงจากช่วงที่ผ่านมาอย่างไร เช่น ก่อนและหลังการควบรวมกิจการของผู้ให้บริการ ระดับราคาขึ้นหรือลงอย่างไร โดยจะแยกให้เห็นภาพของระดับราคา เป็นรายไตรมาส และจะนำผลนำเสนิผ่านเว็บไซต์ ซึ่งปัจจุบันผู้ให้บริการได้ปรับการเสนอขายบริการ จากเดิมที่แยกราคาต่อหน่วยชัดเจน มาเป็นบริการในลักษณะแพ็กเกจ (bundle) เพื่อตอบโจทย์การใช้งานของลูกค้าที่หลากหลาย แต่ก็ยิ่งทำให้ผู้ใช้บริการพิจารณาได้ยากว่า ราคาที่ใช้อยู่นั้นแพงขึ้น หรือถูกลง เนื่องจากผลิตภัณฑ์มีความซับซ้อนมากขึ้น และในอนาคตจะเพิ่มผลการศึกษาในส่วนของเพย์ ทีวี และโอทีที ด้วย
ทั้งนี้ ดัชนีราคาในกิจการโทรคมนาคมในต่างประเทศมีการจัดทำอย่างแพร่หลาย เช่น สหรัฐอเมริกา แคนนาดา และออสเตรเลีย ฯลฯ ซึ่งปัจจุบัน โทรศัพท์เคลื่อนที่ได้กลายเป็นสินค้าจำเป็นพื้นฐานในชีวิตประจำวัน จากสถิติจำนวนผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในปี 65 พบว่า มีจำนวนทั้งสิ้นกว่า 126.4 ล้านเลขหมาย ซึ่งสูงกว่าตัวเลขประชากรไทยเกือบหนึ่งเท่าตัว ขณะที่พัฒนาการของเทคโนโลยีมีผลอย่างมากต่อการเติบโตของจำนวนผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ต โดยเฉพาะการเติบโตของจำนวนผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในไทยปี 65 มีจำนวน 13.23 ล้านราย คิดเป็นอัตราการเข้าถึงบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงต่อจำนวนครัวเรือนอยู่ที่ 56.11%



