สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เมื่อวันที่ 17 ก.ย. ว่า ปฏิบัติการทางทหารของรัสเซียในยูเครน ปิดเส้นทางขนส่งในทะเลดำ ส่งผลให้อียูกลายเป็นเส้นทางขนส่งหลัก และเป็นปลายทางการส่งออกธัญพืชของยูเครน

ทว่าในเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา อียูเริ่มจำกัดการนำเข้าธัญพืชในบัลแกเรีย, ฮังการี, โปแลนด์, โรมาเนีย และสโลวาเกีย เพื่อคุ้มครองเกษตรกรของพวกเขาที่กล่าวว่า การนำเข้าทำให้ราคาธัญพืชของตลาดภายในประเทศตกต่ำ

อย่างไรก็ตาม คณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) ซึ่งเป็นองค์กรฝ่ายบริหารของอียู ตัดสินใจยกเลิกคำสั่งห้ามดังกล่าว หลังรัฐบาลเคียฟตกลงที่จะใช้มาตรการต่าง ๆ เช่น ระบบการออกใบอนุญาตการส่งออกภายใน 30 วัน เพื่อหลีกเลี่ยงการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของธัญพืช

นอกจากนี้ ทางการยูเครนยังให้คำมั่นว่าจะควบคุมการส่งออกข้าวสาลี, ข้าวโพด, เมล็ดเรปซีด และเมล็ดดอกทานตะวัน เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ตลาดในประเทศเพื่อนบ้านของอียู เกิดปัญหาด้วย

แม้ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างความสบายใจให้กับยูเครน ซึ่งผลักดันให้อียูยกเลิกมาตรการข้างต้น ท่ามกลางความขัดแย้งทางการทูตกับโปแลนด์ แต่มันก็อาจทำให้รัฐบาลวอร์ซอไม่พอใจเช่นกัน หลังทางการโปแลนด์กล่าวว่า พวกเขาจะขยายข้อจำกัดเพียงฝ่ายเดียวต่อไป แม้ว่ามาตรการของอียูหมดอายุก็ตาม

อนึ่ง อียูให้การสนับสนุนเส้นทางอื่น ๆ ทั้งทางบกและทางแม่น้ำ ซึ่งเคยถูกใช้ในการส่งออกธัญพืชมากกว่า 44 ล้านตันจากยูเครน นับตั้งแต่รัสเซียเริ่มปฏิบัติการทางทหาร เมื่อวันที่ 24 ก.พ. 2565.

เครดิตภาพ : AFP