เมื่อวันที่ 20 ก.ย. ที่ห้องประชุมใต้พระมณฑป วัดไตรมิตรวิทยาราม นักศึกษาทุนการศึกษาอาชีวศึกษาระดับ ปวส. ตามโครงการศูนย์ปฏิบัติการลูปัน ประจำปี 2565 และ2566 จำนวน 85 คน ได้เข้ารับพรจาก สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี หรือ “สมเด็จธงชัย” ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) เจ้าคณะใหญ่หนกลาง ในฐานะประธานสถาบันขงจื่อเส้นทางสายไหมทางทะเล ก่อนที่จะเดินทางไปศึกษาต่อที่วิทยาลัยเทคนิคอาชีวศึกษาเทียนจินโป๋ห่าย สาธารณรัฐประชาชนจีน

โดยสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี กล่าวว่า ขอแสดงความยินดีกับนักศึกษาที่ได้รับทุนการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ระบบทวิวุฒิ สาขาวิชาแมคคาทรอนิกส์และหุ่นยนต์ สาขาวิชายานยนต์ไฟฟ้า สาขาวิชาเทคนิคการผลิต และสาขาวิชาเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ ภายใต้โครงการความร่วมมือด้านอาชีวศึกษาในการจัดตั้ง “ศูนย์ปฏิบัติการเทคโนโลยีและนวัตกรรมลูปัน ประเทศไทย” ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างวิทยาลัยเทคนิคพระนครศรีอยุธยาและวิทยาลัยเทคนิคอาชีวศึกษาเทียนจินโป๋ห่าย ตั้งแต่ปี 2559 จนถึงปัจจุบัน

สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี กล่าวต่อไปว่า สาธารณรัฐประชาชนจีนให้ความสำคัญกับการพัฒนาอาชีวศึกษาเป็นอย่างมาก ท่านประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ได้ให้ความเห็นว่าอาชีวศึกษาเป็นส่วนสำคัญของระบบการศึกษาและการพัฒนาประเทศ ดังนั้นจีนจึงได้จัดให้มีความร่วมมือระหว่างสถานประกอบการและวิทยาลัยอาชีวศึกษา และเมื่อวันที่ 21 มี.ค. 2566 ได้มีพิธีเปิดป้าย สถาบันภาษาจีนและการศึกษาอบรมด้านเทคนิคและอาชีวะ ที่สำนักพัฒนาสมรรถนะครูและบุคลากรอาชีวศึกษา สนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ซึ่งเป็นสถาบันอาชีวศึกษาไทย-จีนแห่งแรกของโลก และจะเกิดความร่วมมือด้านอาชีวศึกษาจากทุกมณฑลของจีนและจากทุกภูมิภาคของไทย โดยจะได้การสนับสนุนจากศูนย์แลกเปลี่ยนและส่งเสริมความร่วมมือด้านภาษาจีนระหว่างประเทศ (CLEC) และศูนย์พัฒนาการอาชีวศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการจีน (CVED) ดังนั้นการที่ทุกคนได้รับทุนการศึกษาครั้งนี้ถือได้ว่าเป็นโอกาสที่ดี และเหมาะสมมากที่จะได้เรียนรู้นวัตกรรมของจีน การเรียนรู้ภาษาจีน และทักษะวิชาชีพสมัยใหม่ เป็นสิ่งจำเป็นมาก ซึ่งการได้รับทุนการศึกษาครั้งนี้ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีที่สุดของนักศึกษาทุกคน ดังนั้นอย่าปล่อยให้โอกาสหลุดมือไป ทุกคนถือเป็นตัวแทนของประเทศไทย และ สอศ. ดังนั้นจะต้องมีความมุ่งมั่น ขยันและตั้งใจเรียน จบการศึกษาแล้วสามารถทำงานได้ และในปัจจุบันมีบริษัทจากจีน มาตั้งอยู่ในเขตเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เป็นจำนวนมาก และทุกแห่งมีความต้องการบุคลากรที่สามารถสื่อสารภาษาจีนได้ด้วย