สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 21 ก.ย. ว่า ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน กล่าวต่อที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) วาระพิเศษ เกี่ยวกับวิกฤติการณ์ในยูเครน เรียกร้องการเพิกถอนหรือริบอำนาจของรัสเซีย จากการเป็น 1 ใน 5 สมาชิกถาวรของยูเอ็นเอสซี ที่สมาชิกอีก 4 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐ จีน ฝรั่งเศส และสหราชอาณาจักร เนื่องจากการใช้อำนาจวีโต้ของรัสเซีย “เป็นอุปสรรค” ต่อกลไกของยูเอ็นเอสซี
การปรากฏตัวของเซเลนสกีที่ยูเอ็นเอสซีครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่การปะทุของสงคราม เมื่อวันที่ 24 ก.พ. 2565 อย่างไรก็ตาม นายเซอร์เก ลาฟรอฟ รมว.การต่างประเทศรัสเซีย ไม่ปรากฏตัวในที่ประชุม ระหว่างการแถลงของผู้นำยูเครน

อย่างไรก็ตาม ลาฟรอฟเข้ามากล่าวตอบเซเลนสกีเรื่องวีโต้ ว่าอำนาจดังกล่าว “มีความชอบธรรม” ตามที่ระบุอยู่ในกฎบัตรสหประชาชาติ เพื่อป้องกัน “การตัดสินใจรูปแบบใดก็ตาม” ที่อาจนำไปสู่ “การแตกสลาย” ขององค์กร ซึ่งเป็นเสาหลักของความร่วมมือระหว่างประเทศ
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่การทูตหมายเลขหนึ่งของรัสเซียกล่าวว่า “กลุ่มตะวันตก” คอยสุมไฟความขัดแย้งในยูเครนมานาน และผลักดันให้รัฐบาลเคียฟต้องเข้าสู่ ภาวะความขัดแย้งทางทหารกับรัสเซียในที่สุด พร้อมทั้งเน้นย้ำว่า รัฐบาลมอสโกพร้อมเจรจาเสมอ แต่ยูเครน “ปฏิเสธเอง” เนื่องจากเซเลนสกีลงนามในกฎหมาย “ห้ามการเจรจา” กับ “รัฐบาลของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน”

ลาฟรอฟทิ้งท้าย ด้วยการกล่าวไปถึงนายแอนโทนี บลิงเคน รมว.การต่างประเทศสหรัฐ ซึ่งร่วมอยู่ในที่ประชุมเดียวกัน ว่าหากรัฐบาลวอชิงตัน “มีความสนใจและให้ความสำคัญอย่างแท้จริง” ต่อสันติภาพของยูเครน “สหรัฐควรสั่งเซเลนสกีให้ยกเลิกกฎหมายนั้น” แล้วกลับมาเจรจา “บนพื้นฐานของความเท่าเทียม”.
เครดิตภาพ : AFP



