สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 24 ก.ย. ว่านางเรตโน มาร์ซูดี รมว.กระทรวงการต่างประเทศอินโดนีเซีย แถลงต่อที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ ( ยูเอ็นจีเอ ) เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา มีเนื้อหาตอนหนึ่งว่า เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต้องไม่ใช่ภูมิภาคที่ “เป็นเครื่องมือของมหาอำนาจคู่ขัดแย้ง”
“ในทางตรงกันข้าม” อาเซียนต้องเป็น “ศูนย์กลางของการเติบโต” และ “ทุกประเทศในภูมิภาคสามารถได้รับผลประโยชน์ช่วมกันอย่างมีความหมาย” ในฐานะที่อินโดนีเซียทำหน้าที่ประธาน สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ( อาเซียน ) ประจำปีนี้ รัฐบาลจาการ์ตามองว่า องค์กรระดับภูมิภาคต้องเป็นผู้สร้างสันติภาพและความรุ่งเรือง

ขณะที่นายสะเหลิมไซ กมมะสิด รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กระทรวงการต่างประเทศลาว ซึ่งจะทำหน้าที่ประธานอาเซียนปีหน้า แถลงต่อยูเอ็นจีเอ ไม่เห็นด้วยกับยุทธศาสตร์การดำเนินนโยบายฝ่ายเดียว เนื่องจากจะส่งผลให้เกิดความขัดแย้งในภูมิภาค และ “ปรปักษ์ทางภูมิศาสตร์การเมือง” ความตึงเครียดดังกล่าวส่งผลกระทบอย่างชัดเจน ต่อพัฒนาการหลายด้านของโลก ตลอดช่วง 1 ทศวรรษที่ผ่านมา และยังส่งผลต่อ “ความอยู่รอด” ของมนุษยชาติด้วย
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ระดับสูงของลาวเรียกร้อง ความสมานฉันท์และความร่วมมือ บนหลักการของกฎบัตรยูเอ็น และการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์แบบพหุภาคี ตลอดจนการเจรจาโดยสันติวิธี ดังนั้น ลาวจึงสนับสนุนการแก้ไขความขัดแย้งในยูเครน ด้วยการหารืออย่างสันติ และเรียกร้องให้การยกเลิกมาตรการปิดล้อมด้านอาวุธต่อคิวบา และนำรัฐบาลฮาวานาออกจากบัญชีการเป็น “รัฐสนับสนุนการก่อการร้าย”.
เครดิตภาพ : AFP



