ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์  นายไชยา พรหมา รมช.เกษตรและสหกรณ์ ร่วมกันแถลง การขับเคลื่อนยุทธการปราบปรามการลักลอบนำเข้า ส่งออก สินค้าเกษตรผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นการร่วมมือระหว่างหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้แก่ กรมปศุสัตว์ กรมประมง กรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ว่า ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีนโยบายกำหนดมาตรการประกาศสงครามกับสินค้าเกษตรเถื่อน มุ่งปราบปรามการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรด้านพืช ประมง และปศุสัตว์ที่ผิดกฎหมายอย่างจริงจัง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงได้บูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีประกาศคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารแก้ไขปัญหาการนำเข้าและส่งออกสินค้าเกษตรที่ผิดกฎหมาย เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2566 เพื่อแก้ไขปัญหาที่ทำให้เกษตรกรเดือดร้อน ผลผลิตตกต่ำ ทั้งด้านพืช ประมง และปศุสัตว์ ด้านพืช เช่น ยางพารา ข้าว ข้าวโพด หอม กระเทียม กาแฟ ปาล์ม และมะพร้าว เป็นต้น  ด้านปศุสัตว์ เช่น เนื้อหมู เนื้อวัว กระบือ เป็ด ไก่ และเครื่องในสัตว์ เป็นต้น ด้านประมง เช่น สัตว์น้ำสวยงามมีชีวิต ปะการัง ดาวทะเล จระเข้ และผลิตภัณฑ์สัตว์ป่าคุ้มครอง เป็นต้น รวมถึงการหลอกลวง สินค้าผิดกฎหมายต่าง ๆ

 “การขับเคลื่อนยุทธการปราบปรามการลักลอบนำเข้า ส่งออกสินค้าเกษตรผิดกฎหมาย เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคต่อการบริโภคสินค้าเกษตรที่ต้องมีความปลอดภัย และสร้างความเชื่อมั่นต่อพี่น้องเกษตรกรให้มีความมั่นคงทางอาชีพ ผมในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอเน้นย้ำ กำชับให้เจ้าหน้าที่ และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย เร่งดำเนินการปราบปรามการลักลอบนำเข้า ส่งออกสินค้าการเกษตรอย่างเข้มงวด เพื่อปกป้องพี่น้องเกษตรกรให้มีความมั่นใจในอาชีพ พร้อมที่จะเพิ่มผลผลิตด้านการเกษตร เติมเต็มความมั่นคงทางอาหาร สร้างประโยชน์เพื่อคนไทยและประเทศชาติสืบไป”   

  สำหรับผลการปฏิบัติงานของกรมปศุสัตว์ ในปี พ.ศ. 2565 ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน กรมปศุสัตว์โดยกองสารวัตรและกักกันประกอบด้วย 59 ด่านกักกันสัตว์ และ 47 จุดตรวจทั่วประเทศ ได้สนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และกรมศุลกากร ดำเนินการบังคับใช้กฎหมาย กรณีการลักลอบนำเข้าสินค้าปศุสัตว์ ภายใต้พระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 จำนวนทั้งสิ้น 480 ครั้ง เป็นซากสัตว์ของกลางทั้งหมดกว่า 2.2 ล้านกิโลกรัม คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 318 ล้านบาท และได้ดำเนินการทำลายซากสัตว์ของกลางตามระเบียบของกรมปศุสัตว์อย่างต่อเนื่อง  ส่วนกรณีการลักลอบนำเข้าซากสุกร 161 ตู้ ปริมาณรวม 4.3 ล้านกิโลกรัม มูลค่ากว่า 567 ล้านบาท ที่มีการตรวจพบตู้ตกค้างที่ด่านท่าเรือฯ แหลมฉบัง ขณะนี้ เจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ได้จัดเตรียมสถานที่สำหรับการจัดพิธีการทำลายซาก ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์สระแก้ว ต.คลองไก่เถื่อน อ.คลองหาด จ.สระแก้ว เรียบร้อยแล้ว อยู่ในระหว่างรอส่งมอบของกลางเพื่อจัดพิธีการฯต่อไป

ผลการปฏิบัติงานของกรมประมง ในปี พ.ศ. 2565 ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน กรมประมง โดยศูนย์บริหารจัดการด่านตรวจประมง 10 ศูนย์ และ ด่านตรวจประมง 24 ด่าน ครอบคลุมด่านเข้า – ออกทั่วประเทศไทย ทั้งด่านทางบก ทางเรือ และทางอากาศ ได้ดำเนินการตรวจป้องกันการลักลอบ นำเข้า – ส่งออกสินค้าประมง จำนวน 78,760 ครั้ง และมีการสนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล และกรมศุลกากร ดำเนินการบังคับใช้กฎหมาย กรณีการลักลอบนำเข้าสินค้าประมง ภายใต้พระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 และที่แก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 และพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 จำนวน 6 คดี เป็นซากสัตว์ของกลางทั้งหมดกว่า 4,200 กิโลกรัม เป็นสัตว์น้ำมีชีวิตกว่า 800 ตัว และซากสัตว์ป่าคุ้มครองกว่า 130 ชิ้น