สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 30 ก.ย. ว่าบริษัท “เอเวอร์แกรนด์” ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่อันดับสองของจีน ออกแถลงการณ์ว่า นายหุย กา หยั่น ซึ่งเป็นที่รู้จักอีกชื่อหนึ่งว่า สวี เจียหยิ่น ผู้ก่อตั้งและประธานของเอเวอร์แกรนด์ อยู่ภายใต้ “มาตรการสังเกตการณ์อย่างใกล้ชิด” ของตำรวจ ซึ่งหมายถึงการกักบริเวณ เนื่องจาก “เป็นผู้ต้องสงสัยเกี่ยวข้องกับอาชญากรรม” แต่ยังไม่มีการตั้งข้อหาอย่างเป็นทางการ
Evergrande said its billionaire chairman Hui Ka Yan has been suspected of committing crimes and placed under police control.
— Bloomberg (@business) September 29, 2023
Here's what we know so far https://t.co/gsWj3l3dUs pic.twitter.com/byhWBjpEXl
การยืนยันดังกล่าวของเอเวอร์แกรนด์เกิดขึ้น หลังตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงระงับการซื้อขายหุ้นของเอเวอร์แกรนด์ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ขณะที่สื่อทั้งในและนอกจีนรายงานอย่างต่อเนื่อง ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ว่าเจ้าหน้าที่ของทางการจีนควบคุมตัวประธานเอเวอร์แกรนด์
ขณะที่รัฐบาลจีนยังปฏิเสธให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตาม เทศบาลนครเซินเจิ้นออกแถลงการณ์ เมื่อช่วงต้นเดือนก.ย. ยืนยันการจับกุม “พนักงานหลายคนของเอเวอร์แกรนด์” และขอความร่วมมือจากประชาชน ในการแจ้งเบาะแส หรือให้ข้อมูลเกี่ยวกับการฉ้อโกง
???????? The founder of #China's Evergrande, the world’s most indebted property developer, is under investigation for unspecified “illegal crimes”.
— FRANCE 24 English (@France24_en) September 29, 2023
Creditors are concerned about the group’s prospects amid an uncertain debt revamp plan and liquidation risk.@ofarry with more ???? pic.twitter.com/zcFj2RtTXn
อนึ่ง ผลประกอบการของเอเวอร์แกรนด์ ช่วงครึ่งแรกของปีนี้ หรือระหว่างเดือน ม.ค.-มิ.ย. ที่ผ่านมา ขาดทุน 33,000 ล้านหยวน ( ราว 166,718.93 ล้านบาท ) ส่วนมูลค่าหนี้สินของบริษัทอยู่ที่เกือบ 328,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 12 ล้านล้านบาท ) คิดเป็นประมาณ 2% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ ( จีดีพี ) ของจีน
ทั้งนี้ เอเวอร์แกรนด์ยื่นคำร้องต่อศาลล้มละลายที่นครนิวยอร์กของสหรัฐ เมื่อช่วงกลางเดือนส.ค. ที่ผ่านมา เพื่อขอรับความคุ้มครองภายใต้มาตรา 15 ของประมวลกฎหมายล้มละลาย ซึ่งครอบคลุมการคุ้มครองบริษัทที่มีสำนักงานอยู่นอกสหรัฐ ซึ่งอยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างหนี้ จากเจ้าหนี้ที่ต้องการยื่นฟ้อง เพื่ออายัดทรัพย์สินของบริษัทลูกหนี้ ที่มีอยู่ในสหรัฐ
อนึ่ง การขอรับความคุ้มครองภายใต้กฎหมายดังกล่าว จะเป็นการขยายขอบเขตความร่วมมือระหว่างศาลของสหรัฐ กับศาลในประเทศอื่น ที่มีขอบเขตอำนาจครอบคลุมการล้มละลายข้ามประเทศ ลูกหนี้ และเจ้าหนี้
วิกฤติเอเวอร์แกรนด์สร้างความกังวลให้กับหลายฝ่าย ว่าจะกลายเป็น “ฟองสบู่แตก” ในตลาดอสังหาริมทรัพย์จีน ซึ่ง ไชนา เอเวอร์แกรนด์ ครองสัดส่วน 40% ของโครงการบ้านสร้างเสร็จพร้อมอยู่อาศัย และลุกลามเป็นลูกโซ่ไปทั่วโลก เนื่องจากมูลค่ามหาศาลของเศรษฐกิจจีน ที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก รองจากสหรัฐ.
เครดิตภาพ : AFP



