สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงบากู ประเทศอาเซอร์ไบจาน เมื่อวันที่ 2 ต.ค. ว่า กระทรวงการต่างประเทศอาเซอร์ไบจานออกแถลงการณ์ ว่าคณะเจ้าหน้าที่เฉพาะกิจของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ลงพื้นที่เขตนากอร์โน-คาราบัค ที่ตั้งอยู่บนเทือกเขาคอเคซัส เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยเป็นครั้งแรกในรอบนานกว่า 30 ปี หรือนับตั้งแต่สมัชชาสหประชาชาติ (ยูเอ็นจีเอ) มีมติรับรองพื้นที่แห่งนี้ ให้เป็นดินแดนส่วนหนึ่งของอาเซอร์ไบจาน เมื่อปี 2534
Rivers of cars are flowing to Armenia with refugees forced out of Nagorno Karabakh, from their ancestral land, their homes, communities, villages and cities, because no one guaranteed their rights and securities in Nagorno Karabakh. This is a classic case of ethnic cleansing… pic.twitter.com/PT2BF8IsPf
— Edmon Marukyan (@edmarukyan) September 26, 2023
ทั้งนี้ ภารกิจส่วนใหญ่ของเจ้าหน้าที่ยูเอ็น คือการมอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ให้แก่ประชาชนในเขตนากอร์โน-คาราบัค อย่างไรก็ตาม ผู้อยู่อาศัยส่วนใหญ่ซึ่งมีเชื้อสายอาร์เมเนีย หลั่งไหลอพยพไปยังอาร์เมเนีย ด้วยความวิตกกังวลเกี่ยวกับ “การกวาดล้างทางชาติพันธุ์” ตามคำกล่าวของนายนิโคล ปาชินเนียน นายกรัฐมนตรีอาร์เมเนีย
Azerbaijani state-run media shows a UN monitoring mission moving through Aghdam towards Stepanakert this morning.
— Lindsey Snell (@LindseySnell) October 1, 2023
The vast majority of Armenians in Nagorno-Karabakh have fled at this point. pic.twitter.com/Fa6oUeEBRf
ด้านกระทรวงการต่างประเทศอาเซอร์ไบจานออกแถลงการณ์ ประณามอาร์เมเนีย “ข่มขู่บังคับ” ให้ประชาชนในนากอร์โน-คาราบัค ต้องอพยพออกจากพื้นที่ ส่วนนายดมิทรี เปสคอฟ โฆษกทำเนียบเครมลิน กล่าวว่า “ไม่มีความจำเป็น” ที่ชาวนากอร์โน-คาราบัค ต้องอพยพ อนึ่ง รัสเซียและอาร์เมเนียมีข้อตกลงความมั่นคงระดับทวิภาคี

อย่างไรก็ตาม นายซัมเวล ชาครามันยาน ผู้นำสาธารณรัฐนากอร์โน-คาราบัค ประกาศเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เกี่ยวกับ “การสิ้นสุดสถานะ” ของ “สาธารณรัฐนากอร์โน-คาราบัค” ภายในวันที่ 1 ม.ค. 2567 หลังปฏิบัติการทางทหารแบบ “สายฟ้าแลบ” ของอาเซอร์ไบจาน ระหว่างวันที่ 19-20 ก.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งรายงานอย่างไม่เป็นทางการระบุว่า ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต “มากกว่า 200 ราย” และมีการบรรลุข้อตกลงหยุดยิง โดยที่กองกำลังเชื้อสายอาร์เมเนีย “ยอมจำนน”
อนึ่ง เขตนากอร์โน-คาราบัค เป็นพื้นที่ขัดแย้งระหว่างอาร์เมเนียกับอาเซอร์ไบจาน ตั้งแต่ทั้งสองประเทศยังเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียต แต่ยูเอ็นรับรองเขตนากอร์โน-คาราบัค เป็นส่วนหนึ่งของอาเซอร์ไบจาน ทั้งที่ประชาชนส่วนใหญ่มีเชื้อสายอาร์เมเนีย และกองกำลังนักรบเชื้อสายอาร์เมเนียทำสงครามกับกองทัพอาเซอร์ไบจานตั้งแต่บัดนั้น เพื่อการปกครองตนเอง
นอกจากนี้ อาร์เมเนียและอาเซอร์ไบจานเคยทำสงครามครั้งใหญ่ ในเขตนากอร์โน-คาราบัค ซึ่งยืดเยื้อนานถึง 6 สัปดาห์ เมื่อปี 2563 สูญเสียทหารรวมกันเกือบ 7,000 นาย ก่อนมีการหยุดยิงโดยมีรัสเซียเป็นคนกลาง และรัฐบาลมอสโกประจำการทหารรักษาสันติภาพในพื้นที่.
เครดิตภาพ : AFP



