เมื่อวันที่  4 ต.ค. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยว่า ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับครอบครัวผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตในเหตุการณ์ในห้างพารากอนในวันที่ 3 ต.ค. ที่ผ่านมา ส่วนเรื่องการแจ้งเตือนภัย นั้น ได้รับข้อมูลว่า ในช่วงเวลาดังกล่าว ได้มีการแจ้งเตือน โดยใช้วิธีส่งข้อความสั้น (SMS) ถึงผู้เข้าอยู่ในพื้นที่สยามพารากอนบางคน ว่า “ขณะนี้เหตุการณ์ฉุกเฉินให้อพยพออกจากพื้นที่พารากอน” ซึ่งการแจ้งเตือนนี้ เป็นเรื่องที่ดี แต่ไม่พบว่า มีการแจ้งเตือนจากภาครัฐแบบเจาะจง

ในเบื้องต้น ได้ประสานกับทาง กสทช. พบว่า อยู่ระหว่างการทำเรื่อง cell broadcast ที่ใช้เตือนภัยแบบเจาะจง โดยมีการดำเนินการดังนี้ 1.ทำ command center เพื่อให้ operators รู้ว่าต้องรับคำสั่งจากใคร ส่งอย่างไร ซึ่ง กสทช. จะออกกฎ ระเบียบที่เกี่ยวข้อง 2. อัปเดต ซอฟต์แวร์ ที่กระจายส่งสัญญาณ ให้ใช้ cell broadcast ได้ โดยเร็ว

“ได้สั่งการให้ทีมติดตามเรื่องระบบการแจ้งเตือนภัยแบบเจาะจง โดยใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ ที่สามารถติดต่อสื่อสารได้แบบเจาะจงรายบุคคล ให้ข้อมูลที่ทันเวลา เพื่อลดผลกระทบ ความสูญเสีญ ต่อประชาชน และที่สำคัญต้องทำให้ทันเวลา” รมว.ดีอีเอส กล่าว

ด้าน น.ส.พิรงรอง รามสูต กรรมการ กสทช. กล่าวว่า สำนักงาน กสทช. อยู่ระหว่างศึกษาและดำเนินการร่วมกับหน่วยงานต่างๆ เช่น ผู้ให้บริการมือถือ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กทม. และสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส โดยได้กำหนดให้อยู่ในแผนงานงบของกองทุนยูโซ่ ตามแผนจะเริ่มดำเนินการในพื้นที่ กทม. ก่อนคาดว่าจะดำเนินการได้เร็วๆ นี้

ด้าน นายศุภัช ศุภชลาศัย กรรมการ กสทช. กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้ทำการศึกษาโมเดล การแจ้งเตือนภัยของประเทศต่าง เช่น สหรัฐ ออสเตรเลีย และญี่ปุ่น ซึ่งมองว่าโมเดลของประเทศออสเตรเลียมีความเหมาะสมกับประเทศไทย สามารถแจ้งเตือนได้ทั่วประเทศ ดูเป็นแผนที่เกิดเหตุได้ ส่วนรูปแบบของประเทศญี่ปุ่น พบว่าต้องใช้งบประมาณสูงมาก ไม่เหมาะกับประเทศไทย

นอกจากนี้ รมว.ดีอีเอส ได้สั่งการให้เร่ง ปิดกั้นเวบการซื้อขายอาวุธผิด กฎหมาย รวมทั้งเร่งประสาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อปราบปรามจับกุม ขยายผลต่อ และขอเตือนผู้ที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายอาวุธออนไลน์อย่างผิดกฎหมาย ผิดกฎหมายหลายฉบับ และมีโทษหนัก ดังนี้

สำหรับ ผู้ซื้อและผู้ขายอาวุธออนไลน์ เข้าข่ายผิด ก.ม. และมีความผิด ดังนี้

1. ตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

– ผู้ซื้ออาวุธปืนออนไลน์ มีความผิดฐาน “ซื้ออาวุธปืน หรือเครื่องกระสุนปืน โดยไม่ได้รับอนุญาต” ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี และปรับตั้งแต่ 2,000-20,000 บาท

– ผู้ขายอาวุธปืนออนไลน์ มีความผิดฐาน “จำหน่ายอาวุธปืน หรือเครื่องกระสุนปืนสำหรับการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต” ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 2-20 ปี และปรับตั้งแต่ 4,000-40,000 บาท

2. การขายของออนไลน์ โดยนำเข้าข้อมูลเท็จ หลอกลวง มีความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 ตาม มาตรา 14 (1) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน อันมิใช่การกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญาไม่เกิน 5 ปี ไม่เกิน 100,000 บาท