โดยวิธีที่จะได้สัมผัสธรรมชาติได้ดีที่สุดอย่างหนึ่งคือ “การเดินป่า” แต่การเดินป่าของไทยยังไม่แพร่หลายนัก ยังถือเป็นเรื่องใหม่สำหรับคนทั่วไป ยังไม่ได้ทำต่อ ๆ กันมาหลาย ๆ ชั่วคนจนเป็นวัฒนธรรมที่แข็งแรง และก็ไม่มีการสอนที่ไหนมาก่อน นำมาสู่คำถามที่ว่าเราจะพาผู้คนเข้าไปเดินป่าสัมผัสธรรมชาติได้อย่างไรโดยที่ไม่สร้างผลกระทบให้กับธรรมชาติมากจนเกินไป

เป็นที่มาของ “โรงเรียนนักเดินป่า” ที่เกิดขึ้นเพื่อสอนให้ผู้คนรู้จักการเดินป่าที่รบกวนธรรมชาติน้อยที่สุด และอยากใช้เส้นทางนี้ร่วมกันสร้างวัฒนธรรมเดินป่าที่ดีให้เกิดขึ้นในประเทศไทย

จากดอยภูคา จ.น่าน ขยับมาสู่การสำรวจพื้นที่เชื่อมต่อ 3 จังหวัด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ และตาก ณ บ้านสบโขง และกิจกรรมล่องแคนูแม่นํ้าเงา ของ “วิสาหกิจชุมชนเส้นทางเดินป่าระยะไกลชุมชนขุนนํ้าเงา” กิจกรรมในรูปแบบของการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ (Responsible Tourism) และการบริหารจัดการคาร์บอนตํ่า (Low Carbon & Sustainability management) ตามเป้าหมายการพัฒนาการท่องเที่ยวยั่งยืน Sustainable Tourism Goals : STGs ของ ททท.

เส้นทางเดินป่าระยะไกลขุนนํ้าเงา อุทยานแห่งชาติแม่เงา 3 วัน 2 คืน เป็นเส้นทางที่จะพาเข้าไปสัมผัสความงามของแม่นํ้าเงาอย่างใกล้ชิดด้วยแคนู และแคมปิ้ง โดยเริ่มต้นจากบ้านสบโขงแล้วมาจบที่บ้านแม่เงา รวมระยะทางประมาณ 50 กิโลเมตร กับห้วงเวลาที่ไม่เร่งรีบจนเกินไป และการเดินทางไปตามลำนํ้าโดยมีแคนูเป็นพาหนะ โดยเรือแคนูแต่ละลำจะมีผู้นำทางชาวบ้าน เป็นผู้คัดท้าย และสามารถพาผู้โดยสารซึ่งจะต้องช่วยพายด้วยไปได้อีก 1 หรือ 2 คน ขึ้นอยู่กับนํ้าหนักตัวของผู้ร่วมทาง พร้อมบรรทุกอาหารและของใช้ที่จำเป็น โดยจะแวะตั้งแคมป์ที่ริมนํ้า ในจุดที่สงบ เป็นธรรมชาติและห่างจากหมู่บ้าน

การเดินทางด้วยแคนูมีช่วงเวลาที่เหมาะสมอยู่ระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ ที่ระดับนํ้ากำลังพอเหมาะ นํ้าใส และอากาศเย็นสบาย โดยผู้ร่วมเดินทางจะต้องเตรียมอุปกรณ์แคมปิ้งและอาหารไปเอง ซึ่งควรมีขนาดไม่ใหญ่และหนักจนเกินไปเพื่อให้สามารถใส่ในเรือได้ และควรมีถุงกันนํ้าสำหรับใส่ของที่ไม่ต้องการให้เปียก ในเช้าวันแรกจะเดินทางด้วยรถกระบะของชาวบ้านเพื่อขนเรือและคนจากบ้านแม่เงาไปยังสบโขง แล้วล่องเรือลงมาจากที่นั่นและมาจบทริปที่บ้านแม่เงาในตอนบ่ายของวันที่ 3 ของการเดินทาง

แต่หากมาในช่วงเวลาอื่น ๆ การเดินด้วยสองเท้าคืออีกทางเลือก โดยเริ่มต้นจากอุทยานแห่งชาติแม่เงา นั่งรถชาวบ้านไปประมาณ 2 กิโลเมตร แล้วเดินเท้าประมาณ 2 กิโลเมตร ไปยังหน่วยย่อยของอุทยานแห่งชาติแม่เงา จากนั้นเดินลัดเลาะนํ้าตกอุมแฮด ประมาณ 7.5 กิโลเมตร ไปยังจุดตั้งแคมป์ (ริมห้วยแม่อุมแฮด-แม่อมกิ) จุดนี้จะไม่มีทั้งไฟฟ้า ห้องนํ้า และสัญญาณโทรศัพท์ วันรุ่งขึ้นออกเดินป่าลัดเลาะลำห้วย-ลุยนํ้าไปยังแม่นํ้าเงา และล่องเรือแคนู ระยะทาง 25 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง ตั้งแคมป์บนชายหาดริมแม่นํ้าเงา ก่อนจะพายเรือแคนูกลับไปที่อุทยานแห่งชาติแม่เงาใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง

สำหรับคนบ้านไกลเวลาน้อยมีเส้นทางแบบ 2 วัน 1 คืน ให้เป็นอีกตัวเลือกด้วย โดยเริ่มต้นจากอุทยานแห่งชาติแม่เงา นั่งรถชาวบ้านไปประมาณ 2 กิโลเมตร เดินเท้าต่อไปยังหน่วยย่อยของอุทยานแห่งชาติแม่เงา และเดินลัดเลาะนํ้าตกอุมแฮด ประมาณ 7.5 กิโลเมตร ไปยังจุดตั้งแคมป์ (ริมห้วยแม่อุมแฮด-แม่อมกิ) แบบเดียวกับโปรแกรมแรก แต่วันรุ่งขึ้นเปลี่ยนมาเดินป่าข้ามนํ้า เพื่อมาขึ้นรถกลับ ณ อุทยานแห่งชาติแม่เงา

อุทยานแห่งชาติแม่เงา เป็นอุทยานขนาดเล็กที่มีเนื้อที่ประมาณ 412 ตารางกิโลเมตรเท่านั้น ครอบคลุมพื้นที่อำเภอแม่สะเรียง อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน และอำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก สภาพป่าโดยทั่วไปเป็นป่าดิบเขา ป่าดิบแล้ง ป่าสนเขา ป่าเบญจพรรณ และป่าเต็งรัง อีกทั้งยังเป็นป่าต้นนํ้าของแม่นํ้าเงา แม่นํ้ายวม และแม่นํ้าริด ลักษณะพื้นที่สูงชัน มียอดเขาสูง เช่น ดอยปุยหลวง ความสูง 1,498 เมตร จากระดับทะเลปานกลาง ดอยเซอเทอลู่ ความสูง 1,622 เมตร จากระดับทะเลปานกลาง และ ดอยคุยหลวง ที่สูงที่สุดมีความสูงกว่า 1,678 เมตรจากระดับทะเลปานกลาง มีแม่นํ้าหลายสายไหลผ่าน แต่ที่น่าสนใจจะเป็นแม่นํ้าเงา เป็นลำนํ้าที่ยาวที่สุดที่ไหลผ่านพื้นที่ของอุทยานฯ มีความยาวประมาณ 42 กิโลเมตร กว้างประมาณ 10-20 เมตร ตามสภาพของภูมิประเทศที่ไหลผ่าน เริ่มจากท่าเรือริมฝั่งนํ้าเชิงสะพานข้ามแม่นํ้าเงา ถึงบ้านสบโขง ไหลขึ้นเหนือถึงบริเวณสบเงา แล้วมาบรรจบกับแม่นํ้ายวม

ความที่เป็นลำนํ้าที่มีความใสสะอาดมาก ใสจนมองเห็นเงาในนํ้าได้ชัดเจน จนเป็นที่มาของชื่อ “แม่นํ้าเงา” นั่นเอง ลำนํ้าสายนี้จะไหลเลาะคดเคี้ยวไปตามเกาะแก่งต่าง ๆ แม่นํ้าเงาช่วงบ้านแม่เงา ตำบลแม่สวด เหมาะสำหรับการนั่งเรือหางยาวไปยังบริเวณต้นนํ้าของแม่นํ้าเงาเพื่อชมหมู่บ้านกะเหรี่ยง ที่มีวิถีชีวิตดั้งเดิม สภาพสองฝั่งยังคงเป็นธรรมชาติที่สวยงาม โดยเริ่มจากท่าเรือริมฝั่งนํ้าเชิงสะพานข้ามแม่นํ้าเงาถึงบ้านสบโขง ซึ่งเรือจะไม่มีเวลาออกและกลับจากแต่ละหมู่บ้านที่แน่นอน เพราะส่วนใหญ่เป็นเรือที่ใช้ขนผลิตผลการเกษตรไปจำหน่าย และระยะทางในการเดินทางไม่แน่นอนขึ้นอยู่กับปริมาณนํ้าในแม่นํ้า นอกจากนี้ยังมีการล่องแพตามลำนํ้าแม่นํ้าเงาเป็นกิจกรรมยอดนิยมในหมู่นักท่องเที่ยว และได้ชื่อว่าเป็นเส้นทางล่องแพไม้ไผ่ที่สวยงามที่สุดเส้นทางหนึ่ง ช่วงเวลาเหมาะสมนั้นอยู่ระหว่างเดือนมิถุนายน-มกราคมของทุกปี

ระหว่างทางมีป่าสักที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติให้ได้ชม นํ้าตกหลายแห่ง เช่น นํ้าตกโอโละโกร นํ้าตกใหญ่กลางป่าที่สายนํ้าไหลจากหน้าผาสูงกว่า 150 เมตร นอกจากนี้ยังมี นํ้าตกแม่วะหลวง นํ้าตกแม่แจ นํ้าตกแม่ลออ และ นํ้าตกบูรณประภา รวมถึง “นํ้าตกแม่อุมแฮด” ซึ่งมีริมนํ้าแม่อุมแฮดเป็นหนึ่งในจุดตั้งแคมป์ โดยเป็นนํ้าตก 7 ชั้น มีจุดเด่นตรงโขดหินปูนโค้งกลมใหญ่ สามารถปีนฝ่านํ้าตกขึ้นไปยังชั้นบนได้เพราะไม่มีตะไคร่นํ้าจับให้ลื่นไถลได้ง่าย

สิ่งควรรู้สำหรับเส้นทางนี้คือ ไม่มีลูกหาบ นักเดินป่าควรจะจัดสัมภาระมาให้พอเหมาะและสามารถแบกเองได้ มีการจำกัดนักท่องเที่ยวไม่เกิน 20 คนในแต่ละวัน เปิดให้เดินได้ตั้งแต่กลางเดือนพฤศจิกายน จนถึงปลายเดือนกุมภาพันธ์ และที่สำคัญนักเดินป่าทุกคนจะต้องเข้าเรียนและสอบผ่านระบบเรียน Online บนเว็บไซต์ https://nationalparkoutdooredu.com ก่อนจึงจะมาเดินป่า และที่นี่ยังเป็นโรงเรียนนักเดินป่าแห่งใหม่ที่สามารถจะเรียนรู้วัฒนธรรมเดินป่าที่ดี และได้รับบัตรนักเดินป่าเอาไว้ใช้สมัครเดินป่าในหลายเส้นทางในอุทยานแห่งชาติต่าง ๆ ได้อีกด้วย

เส้นทางเดินป่า นํ้าตกแม่อุมแฮด-แม่นํ้าเงา โรงเรียนนักเดินป่า อุทยานแห่งชาติแม่เงา บริหารจัดการโดย วิสาหกิจชุมชนเส้นทางเดินป่าระยะไกลชุมชนขุนนํ้าเงา โดยได้รับการสนับสนุนจากอุทยานแห่งชาติแม่เงา, โครงการพัฒนาป่าไม้ตามแนวพระราชดำริ สบโขง-จือทะ และ อบต.แม่สวด เพื่อให้ชุมชนที่อยู่กับป่าสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวจากป่าที่พวกเขาร่วมกันรักษาไว้ รายได้จากการท่องเที่ยวจะไปสู่ชาวบ้านในชุมชนทั้งหมด ติดต่อจองวันเดินทางกับวิสาหกิจชุมชนเส้นทางเดินป่าระยะไกลได้ทาง Facebook Page : เส้นทางเดินป่าระยะไกลชุมชนขุนนํ้าเงา

มาเยือนถิ่นสบเมยแล้วอย่าลืมแวะชมวิวแบบ 360 องศา ณ จุดที่ชมพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกได้ในดอยเดียวกันอย่าง “ดอยพุ่ยโค” หรือ “ดอยพุย” ในภาษากะเหรี่ยง มีระดับความสูงอยู่ที่ 1,406 เมตร จากระดับนํ้าทะเลปานกลาง ต้องเดินเท้าขึ้นเขาระยะทาง 3 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 45 นาที มีทางชันเป็นบางช่วง มุมถ่ายรูปยอดฮิต คือ ต้นเดียวดายต้นใหญ่ขึ้นอยู่ตรงกลาง ด้านบนมีห้องนํ้าสาธารณะให้บริการแต่ไม่มีร้านค้าและร้านอาหารให้บริการ ต้องเตรียมเต็นท์ อาหารและนํ้าดื่มไปเองและสามารถจ้างลูกหาบได้.

อธิชา ชื่นใจ