สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล เมื่อวันที่ 11 ต.ค. ว่า กองทัพอิสราเอลออกแถลงการณ์ เกี่ยวกับการสร้างแนวรั้วเพิ่มเติมรอบฉนวนกาซา และยืนยันการตรึงกำลังทหารสำรอง 300,000 นาย ร่วมกับเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการพิเศษอีกจำนวนหนึ่ง โดยเจ้าหน้าที่ทุกนายมีความพร้อมปฏิบัติการภาคพื้นดิน ตามคำสั่งของรัฐบาลอิสราเอล “เพื่อป้องปรามไม่ให้กลุ่มฮามาสสามารถทำอันตรายแก่อิสราเอลได้อีก”


ขณะเดียวกัน กองทัพอิสราเอลยืนยันการสังหารนักรบฮามาสประมาณ 1,500 ราย นับตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันแรกที่กลุ่มฮามาสเปิดฉากปฏิบัติการ “อัล-อักซอ ฟลัด” อย่างไรก็ตาม จำนวนประชาชนในอิสราเอลที่เสียชีวิตจากการสู้รบครั้งนี้ เพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นมากกว่า 1,200 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกมากกว่า 3,000 คน ถือเป็นความสูญเสียจากการสู้รบครั้งเลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ของอิสราเอล


ส่วนจำนวนผู้เสียชีวิตในปาเลสไตน์อยู่ที่มากกว่า 900 ราย และมีได้รับบาดเจ็บอีกมากกว่า 4,000 คน ด้านกระทรวงสาธารณสุขปาเลสไตน์ เรียกร้องให้อิสราเอลเปิดเส้นทาง “ระเบียงมนุษยธรรม” เพื่อลำเลียงความช่วยเหลือจากภายนอก โดยเฉพาะอาหาร น้ำ และยารักษาโรค ให้แก่ผู้ได้รับบาดเจ็บ

ผู้หญิงและเด็กชาวปาเลสไตน์เร่งอพยพ ขณะที่อิสราเอลกำลังโจมตีทางอากาศ ในเมืองกาซาซิตี ของฉนวนกาซา


อย่างไรก็ตาม นายอิสมาอิล ฮานิเยห์ ผู้นำสูงสุดของกลุ่มฮามาส ยืนยันว่า การปล่อยตัวประกัน และการแลกเปลี่ยนนักโทษกับอิสราเอลจะไม่เกิดขึ้น จนกว่าการต่อสู้จะสิ้นสุด และประณามปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอล ว่าแม้มีความรุนแรงขึ้นเป็นลำดับ แต่สะท้อน “ความอับอายขายหน้าที่จะยอมแพ้”


ทั้งนี้ กลุ่มฮามาสขู่จะสังหารตัวประกัน ทุกครั้งที่อิสราเอลโจมตีทางอากาศโดยไม่มีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ขณะที่อิสราเอลประกาศ “ไม่เจรจา” กับกลุ่มฮามาส และกล่าวว่าอีกฝ่ายต้องรับผิดชอบ หากมีอันตรายเกิดขึ้นกับตัวประกันคนใดก็ตาม


ด้านกระทรวงการต่างประเทศกาตาร์ ซึ่งกำลังเป็นคนกลางเจรจาเรื่องตัวประกัน ยอมรับว่า สถานการณ์ตอนนี้ยากลำบากมาก เนื่องจากอิสราเอลและกลุ่มฮามาส ซึ่งเป็นคู่กรณี ต่างยังคงสู้รบกันอย่างดุเดือด และทั้งสองฝ่ายปฏิเสธที่จะเจรจากัน.

เครดิตภาพ : AFP