เมื่อวันที่ 11 ต.ค. ที่อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการ กทม. ดินแดง นายวิรัตน์ มีนชัยนันท์ ประธานสภา กทม. เป็นประธานการประชุมสภา กทม. สมัยประชุมสามัญ สมัยที่สี่ (ครั้งที่ 2) ประจำปี 2566 โดยมี สมาชิกสภา กทม. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. คณะผู้บริหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม ทั้งนี้ ก่อนการประชุมประธานสภา กทม. ได้แสดงความเสียใจกับผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจากเหตุที่ประเทศอิสราเอล

ในที่ประชุม นายกิตติพงศ์ รวยฟูพันธ์ สก.เขตทุ่งครุ ได้ยื่นกระทู้ถามสด เรื่อง ขอทราบความคืบหน้าการศึกษาความเป็นไปได้ในการก่อสร้างโรงพยาบาล โดยเฉพาะในเขตที่ไม่มีโรงพยาบาลของภาครัฐ
“ในช่วงโควิดจะเห็นได้ว่าหลายพื้นที่ไม่มีโรงพยาบาลส่งต่อผู้ป่วย ทำให้การส่งต่อผู้ป่วยต่อใช้เวลามาก โดยในพื้นที่เขตที่ยังไม่มีโรงพยาบาลของรัฐและเอกชนตั้งอยู่ มีจำนวน 5 เขต คือ เขตพระโขนง ยานนาวา ตลิ่งชัน บางกอกใหญ่ และทุ่งครุ ถึงแม้ขณะนี้มีแผนที่จะก่อสร้าง รพ. ในบางพื้นที่แล้ว แต่หลังจากที่ได้เคยยื่นกระทู้ไปแล้วเมื่อปีที่ผ่านมา ก็ยังไม่มีความคืบหน้าในพื้นที่เขตทุ่งครุแต่อย่างใด ในวันนี้จึงได้สอบถามอีกครั้ง รวมถึงแนวทางการศึกษาที่ผู้ว่าฯ กทม. เคยได้ให้ข้อมูลไว้ และการดำเนินการเพื่อเป็นทางเลือกอื่นด้วย ทั้งนี้ เนื่องจากวาระการดำรงตำแหน่งของผู้ว่าฯ กทม. และ สก. มีเพียง 4 ปี จึงขอให้ กทม. เร่งดำเนินการ” สก.เขตทุ่งครุ กล่าว

น.ส.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า จากการศึกษาในภาพรวมพบว่ามี 5 เขตที่ไม่มีรัฐจริง ขณะนี้ กทม. จึงได้ศึกษาความเป็นไปได้ในการทำโรงพยาบาลในเขตดอนเมืองและทุ่งครุอยู่ โดยในพื้นที่ทุ่งครุได้รับงบปี 67 เพื่อปรับประสิทธิภาพศูนย์บริการสาธารณสุข (ศบส.) ให้เป็น ศบส.พลัส เพื่อแก้ปัญหาในเบื้องต้น รวมถึงหารือกระทรวงสาธารณสุข เพื่อขอให้โรงพยาบาลสีกันในพื้นที่กองทัพอากาศเพิ่มเตียง และอัตรากำลังเพื่อรับส่งต่อผู้ป่วย ทั้งนี้ คาดว่าจะใช้เวลาอีกประมาณ 6 เดือน ในการศึกษาเชิงลึก ในส่วนอีก 3 เขต ที่ยังไม่ได้ศึกษา แต่อยู่ระหว่างเจรจากับเอกชนเพื่อดำเนินการ
ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า รพ. เป็นปัญหาที่อยู่ระหว่างการหารือ ปัจจุบันเตียงของโรงพยาบาลสังกัด กทม. มีเพียง 13% ของเตียงที่มีทั้งหมดใน กทม. ซึ่งการมี รพ. จะมีภาระที่ตามมาค่อนข้างมาก จึงได้ศึกษาในภาพรวม และจะได้หารือรัฐบาลเพื่อให้รัฐบาลช่วยดูแลด้วย

“หากศึกษาและจำเป็นต้องทำ ก็ต้องทำให้ได้ ถ้าทำไม่ได้คือไม่จำเป็นต้องทำ หากศึกษาแล้วพบว่าเราจำเป็นต้องมีโรงพยาบาลใน 5 เขต ก็ต้องทำ และขอให้สภา กทม. ได้สนับสนุนอนุมัติงบประมาณในอนาคต นอกจากศึกษา รพ. แล้ว ยังต้องศึกษาความพร้อมในการรองรับผู้ป่วยของ ศบส. แต่ละแห่งด้วย เพื่อให้สามารถให้บริการประชาชนได้ตรงตามความต้องการและศักยภาพที่มีอยู่ ทั้งนี้ รัฐบาลมีนโยบาย 50 เขต 50 โรงพยาบาลอยู่แล้ว เราคงต้องหารือกับรัฐบาลรวมถึงภาคเอกชนด้วย เพราะภาคเอกชนมีการบริจาคที่ดินเพื่อให้สร้าง รพ. การหาความร่วมมือจะเป็นตัวอย่างสำคัญที่ทำให้เราเข้าถึงได้ดีขึ้นโดยไม่ใช้งบประมาณ การทำให้โรงพยาบาลสามารถบริหารจัดการเองได้โดยไม่พึ่งรัฐ เช่น โรงพยาบาลบ้านแพ้ว หรือโรงพยาบาลราชพิพัฒน์ ก็ถือว่าทำได้ดี คงต้องมาดูกันว่าจะสามารถดำเนินการได้อย่างไรบ้าง” ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวในตอนท้าย.



