ผศ.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ด้านภัยพิบัติและสาธารณสุข เปิดเผยหลังการเข้าหารือกับ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ( ประธาน กสทช.) เพื่อพัฒนาระบบเตือนภัย ที่ใช้เทคโนโลยี Cell Boardcast หรือ การส่งข้อความแจ้งเตือนภัยพิบัติ มายังโทรศัพท์มือถือของประชาชนโดยตรง ว่า จากการพูดคุยทราบว่า กสทช. ได้ทำการศึกษาและพัฒนาระบบที่จะนำมาใช้ไว้ระดับหนึ่งแล้ว โดยนำข้อมูลเทียบระบบของต่างประเทศต่างๆ เช่น สหรัฐอเมริกา เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย เป็นต้น ซึ่งระบบของ กสทช. มีความพร้อมในเชิงเทคนิค ส่วนการจัดสรรงบประมาณ เพื่อนำมาใช้ดำเนินการหากมีการหารือกับรัฐบาลน่าจะได้รับการสนับสนุน เพราะทางนายกรัฐมนตรีมีนโยบายอยากให้ไทยมีระบบนี้ในการใช้งานเพื่อเตือนประชาชน

“ในการหารือประธานบอร์ด กสทช.อยากให้มีการทดลองระบบภายในวันที่ 15 ม.ค. 2567 กทม.ได้แจ้งว่าในส่วนของเทคนิคไม่มีปัญหา แต่ในการส่งข้อความ สิ่งสำคัญที่สุด คือข้อความจะมาต้นทางต้องเป็นแหล่งที่เชื่อถือได้ ข้อมูลต้องถูกวิเคราะห์มาแล้วดังนั้น ระเบียบเงื่อนไขและข้อกำหนดทางกฎหมายที่เกี่ยวกับข้อมูลแต่ละแบบ จะต้องมีความชัดเจนเพราะสิ่งที่จะเตือนภัยไม่ใช่เฉพาะภัยธรรมชาติอาจรวมถึงภัยฉุกเฉินสาธารณะภัยที่มีจุดมุ่งหมายให้ประชาชนได้รู้ถึงสถานการณ์โดยเร็วที่สุดและสามารถหาทางแก้ไขได้เอาตัวรอดได้”
ผศ.ทวิดา กล่าวต่อว่า แม้ว่าจะมีความพร้อมทางด้านอุปกรณ์หรือทางเทคนิคแล้วยังต้องดูถึงโครงสร้างพื้นฐานของพื้นที่ด้วยว่ามีความพร้อมมากน้อยแค่ไหน แต่ละพื้นที่มีความพร้อมสอดคล้องกับระบบอย่างไรบ้าง และเมื่อทดสอบแล้วจะสามารถนำไปใช้ได้ในทุกพื้นที่หรือไม่ อย่างเช่น พื้นที่ใน กรุงเทพมหานครมีความซับซ้อนและความแตกต่างกันในแต่ละ เบื้องต้นคาดว่าน่าจะใช้เวลาประมาณทำงานอีกสองถึงสามเดือนในการดูข้อมูลในรายละเอียดของแต่ละพื้นที่และจะเริ่มทดสอบได้ในเบื้องต้น โดยอาจจะใช้พื้นที่จำกัด ก่อน เช่น สวนสาธารณะ อาคารหรือสนามกีฬา ฯลฯ”

อย่างไรก็ตามเวลาที่เราให้คนรู้ในกรณีเรื่องฉุกเฉิน พี่แจ้งเหตุทันทีทันใดที่เกิดเหตุจะต้องมีการวางระบบ แนวทางปฏิบัติที่จะดูแลคนจำนวนมาก ต้องมีการบริการจัดการพื้นที่และแนวทาง รองรับผลกระทบ มีข้อกำหนดไว้อย่างละเอียด ระบบต้องออกแบบให้ดีเพื่อมุ่งไปที่การลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชน
ขณะเดียวกันเรื่องข้อความเตือนภัย การสั่งการ การคัดกรองข้อความ ก็จะต้องมีผู้ที่รับผิดชอบ หรือเป็นศูนย์กลางในการสั่งการ ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องมาคุยกันว่าจะเป็นหน่วยงานใด ซึ่งทางกรุงเทพมหานครจะเป็นเจ้าภาพร่วมในการเชิญคณะทำงานมาหารือแนวทางการทำงานในพื้นที่ ขณะที่ กสทช.จะทำระบบโครงสร้างพื้นฐานและข้อกฎหมายในการทำงานร่วม ผู้ให้บริการโทรคมนาคม โดยจะมีการเชิญหน่วยงานที่เป็นต้นทางของข้อมูล เช่น กรมอุตุนิยมวิทยา กรมทรัพยากรธานี กรมควบคุมมลพิษ กรมชลประทาน และที่สำคัญที่สุดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมกับหน่วยงานด้านความมั่นคง เพื่อทำระบบทดสอบเบื้องต้นขึ้นมา



