เมื่อวันที่ 17 ต.ค. นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในฐานะโฆษก ศธ. เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะอนุกรรมการพัฒนาระบบการศึกษา “เรียนได้ทุกที่ทุกเวลา” การจัดทำแพลตฟอร์ม และพัฒนาระบบแนะแนวการเรียนและเป้าหมายชีวิต ว่า ที่ประชุมได้มีการรับฟังการนำเสนอแผนการดำเนินงานด้านสุขภาพจิต ประจำปีงบประมาณ 2568 ของหน่วยงานในสังกัด ซึ่งมีแผนงานที่เด่นชัด เช่น โครงการ 1 วิทยาลัย 1 ครูอนามัย, HERO-V ระบบคัดกรองผู้เรียน, School Health HERO เฝ้าระวังสุขภาพจิตนักเรียน, ค่ายพลังใจ นักเรียนไทย ล้มได้ ลุกเป็น, โครงการเด็กไทย Full HD (High ความดี) โรงเรียนแห่งความสุข Happy School Happy Student ซึ่งจะเน้นการดำเนินงานเกี่ยวกับการป้องกันและรักษาสุขภาพจิตของผู้เรียน เน้นกิจกรรมประชาสัมพันธ์เชิงรุก สร้างค่านิยมในกลุ่มเด็กและผู้ปกครอง ผ่านสื่อที่สะดวกเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายง่าย สร้างการรับรู้ การตื่นตัวเกี่ยวกับการบริหารสุขภาพจิตผู้เรียน

โฆษก ศธ. กล่าวต่อไปว่า สำหรับการประชุมดังกล่าวยังได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นถึงการดำเนินงานร่วมกันด้านอื่นๆ โดยในฐานะที่ตนเป็นฝ่ายจัดทำนโยบายจึงเข้าใจถึงข้อจำกัดของแต่ละหน่วย แต่ในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้รายงานภาพการขับเคลื่อนงานได้เห็นอย่างเป็นรูปธรรมมากที่สุด เพราะ สพฐ. วางแนวทางว่าในปี 2567 จะเดินหน้าปรับปรุงเรื่องใด และในปี 2568 จะสานต่อโครงการต่างๆด้านการศึกษาในรูปแบบใดบ้าง ดังนั้นจึงได้มอบหมายให้ทุกหน่วยงานในสังกัด ศธ. นำแนวทางของ สพฐ. มาเป็นแบบอย่างการวางแผนงานจนเกิดวิธีการและผลสำเร็จ ค้นหาปัญหาทั้งในส่วนของครู นักเรียน และผู้ปกครองให้เจอ แล้วนำประเด็นนี้ไปหารือกับกรมสุขภาพจิต เพื่อให้ช่วยดูในเชิงภาพรวมของกระทรวง หาเครื่องมือที่สามารถตรวจเจอกลุ่มคนที่ต้องดูแลเป็นพิเศษแล้วนำกระบวนการมาเริ่มใช้ นำไปสู่การสร้างภาพลักษณ์ของ ศธ. ด้วยการบอกสังคมให้ได้รู้ว่าเรามีส่วนร่วมอย่างจริงจัง ปลุกสังคมให้ตระหนักถึงการดูแลสุขภาพจิตของผู้เรียนและสถานศึกษา สร้างค่านิยมทางการศึกษาร่วมกัน

“ทุกวันนี้ครูมีภาระงานที่หนักมาก ขณะที่ลูกหลานถูกกดดันจากหลายด้าน ดังนั้นอยากให้มีการสร้างสื่อประชาสัมพันธ์ต้องสร้างความรับรู้กับสังคมให้เกิดการมีส่วนร่วม คิดนอกกรอบในการพัฒนางานให้เข้าใจง่าย เข้าถึงได้หลากหลายช่องทาง ให้เกิดการรับรู้มากที่สุด สิ่งสำคัญต้องไม่เพิ่มภาระให้ครู และไม่เพิ่มภาระด้านงบประมาณด้วย” นายสิริพงศ์ กล่าว