พล.อ.ท. ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ คณะกรรมการ กสทช. ด้านกิจการกระจายเสียง เปิดเผยว่า กสทช.ได้เปิดประชุมรับฟัง ความคิดเห็นสาธารณะแผนการบริหารสิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียม ฉบับที่ 2 พ.ศ. …. เพื่อรองรับการ เปิดตลาดหลังเข้าสู่ระบบการอนุญาต ซึ่งเป็นการปรับปรุงจากแผนฯ ฉบับที่ 1 ซึ่งใช้มาตั้งแต่วันที่ 19 ก.พ. 63 ที่ได้กำหนดวิธีการจัดสรรใบอนุญาตต้องมาจากการประมูลเท่านั้น พื่อแก้ไขให้มีความยีดหยุ่นมากขึ้น และควรเปิดให้มีวิธีอื่นในการจัดสรรนอกจากการประมูลเพียงอย่างเดียว เนื่องจากการประมูลดาวเทียม วงโคจรดาวเทียมเมื่อวันที่ 15 ม.ค. 66 ที่ผ่านมา ยังมีวงโคจร ที่เหลือ อีก 2 ชุด ที่ยังไม่มีผู้สนใจประมูล คือ ชุดที่ 1 ตำแหน่ง 50.5 อี (องศาตะวันออก) และ 51 อี และ ชุดที่ 5 ที่ 142 อี
“การปรับปรุงแผนบริหารสิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมครั้งนี้ ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะจะเป็นแนวทางใน การนำไปสู่การปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตสิทธิวงโคจรที่เหลือ โดยที่ กสทช.ต้องให้ความสมดุล ระหว่างการ รักษาสิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติ และจัดสรรใบอนุญาตโดยที่รัฐไม่เสียผลประโยชน์ และแผนฯ ดังกล่าวก็ต้องเป็นไปตามพันธกรณี หรือข้อบังคับของ สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ หรือ ไอทียู และสอดคล้องกับนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทยด้วย ซึ่งก็จะมีการนำข้อคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ไป ปรับปรุงแผนฯ ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น”

ด้านนายสมภพ ภูริวิกรัยพงศ์ กรรมการ กสทช.ด้านกิจการโทรคมนาคม กล่าวว่า กสทช.เปิดรับฟังความคิดเห็น จนถึงวันที่ 10 พ.ย.66 และคาดว่าจะประกาศลงราชกิจจานุเบกษาได้ภายในปีนี้ และจะจัดสรรใบอนุญาตดาวเทียมชุดที่เหลือ ภายในไตรมาสแรก ปี 67 สำหรับแนวทางการจัดสรรใบอนุญาต ยังไม่ได้ข้อสรุป แต่สามารถทำได้หลายแบบ คือ 1.บิวตี้ คอนเทสต์ การตั้งหลักเกณฑ์การพิจารณาโดยเปรียบเทียบคุณสมบัติ 2.เรฟวีนิวซ แชร์ริ่ง เป็นการเสนอส่วนแบ่งรายได้ ให้กับภาครัฐ คล้ายกับการประมูลแข่งขันราคา และ 3.ไดเร็ก อวอร์ด คือการพิจารณาจัดสรรให้โดยตรง ซึ่งแผนฯที่ปรับปรุง จะช่วยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายใหม่เข้าสู่อุตสาหกรรมดาวเทียม อย่างไรก็ตามต้องยอมรับว่า วงโคจรดาวเทียม ที่เหลือ หวังรายได้สูงเกินเป็นเรื่องยาก และผู้ที่ได้รับใบอนุญาตต้องไปแข่งขันกับต่างประเทศ และทำตลาดนอกประเทศ เพราะพื้นที่บริการไม่ได้อยู่ในไทย
โดยวงโคจร 50.5 อี อยู่ในประเทศภูมิภาคอาหรับ แอฟริกา และตุรกี เป็นต้น ขณะที่วงโคจร 142 อี ให้บริการประเทศญี่ปุ่น จีน อังกฤษ และออสเตรเลีย เป็นต้น และโครงข่ายดาวเทียมที่ได้ไปก็มีความจุจำกัด ให้บริการได้ไม่มาก ที่สำคัญคือ ธุรกิจดาวเทียมสื่อสารไม่ได้รุ่งเรืองเหมือนดาวเทียมบรอดแบนด์
นอกจากนี้ ผู้ประกอบการยังขอให้ กสทช.ประกาศการดำเนินการให้ใบอนุญาตล่วงหน้า 5 ปี จากเดิม 3 ปี เพื่อให้ผู้ประกอบการมีการเตรียมตัวทั้งเรื่องการหาตลาด การสร้างดาวเทียม รวมถึงเงินลงทุนต่างๆได้ทันเวลา ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้เกิดรายใหม่เพิ่มเติมได้.



