เมื่อวันที่ 18 ต.ค. นายไพโรจน์ โชติกเสถียร ปลัดกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ตามที่ตนมีนัดหมายหารือร่วมกับทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย และกระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 17 ต.ค. นั้น เบื้องต้นเนื่องจากทางทูตอิสราเอลติดภารกิจ จึงไม่ได้มีการหารือร่วมกัน แต่จะมีการหารือกันใหม่อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ในส่วนของปัญหาแรงงานไทย ถูกนายจ้างอิสราเอลไม่ยอมปล่อยให้กลับประเทศไทยนั้น เบื้องต้นได้มีการแจ้งไปทางทูตแรงงานไทย ประสานกับทางนายจ้างว่า ไม่ให้มีการบังคับแรงงานไทยให้ต้องทำงาน เรื่องนี้ต้องให้เป็นความสมัครใจ อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ยังไม่มีตัวเลขแรงงานไทยถูกนายจ้างบังคับให้ต้องอยู่ที่อิสราเอล

นายไพโรจน์ กล่าวต่อว่า ในส่วนของแรงงานที่เดินทางกลับไทยมาแล้วนั้น ตนได้ให้อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายแรงงาน) ประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล ประสานหารือกับทางการอิสราเอลเรียบร้อยแล้ว และได้รับข่าวดีจากสำนักงานบริหารแรงงานต่างชาติ (Foreign Workers Administration) ของอิสราเอลว่า อนุญาตให้แรงงานต่างชาติในภาคเกษตรที่เดินทางออกจากอิสราเอลโดยไม่ได้ขอวีซ่า re-entry ในช่วงเหตุความไม่สงบที่เกิดขึ้น ได้รับการผ่อนผันให้สามารถเดินทางกลับเข้าไปทำงานที่อิสราเอลได้ ผ่านกระบวนการพิเศษ เบื้องต้นแรงงานที่ประสงค์เดินทางกลับไปทำงาน สามารถแจ้งความประสงค์ผ่านบริษัทจัดหางาน 12 แห่ง ของอิสราเอล ซึ่งจะต้องดำเนินการจัดส่งความต้องการดังกล่าว มายังสำนักงานบริหารแรงงานฯ ตามความจำเป็น.