นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมว.วัฒนธรรม (วธ.) กล่าวว่า ได้มอบนโยบายการจัดทำคำของบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ให้กับผู้บริหารทุกหน่วยงานสังกัด วธ. โดยมีนายอนันต์ แก้วกำเนิด รองผู้อำนวยการสำนักงบประมาณและคณะเข้าร่วมประชุมด้วยเมื่อเร็วๆ นี้ ซึ่งให้ทุกหน่วยงานสังกัด วธ. ทบทวนจัดทำคำของบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล (Thailand Creative Content Agency -THACCA) ในการพัฒนาต่อยอด 11 อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ และผลักดัน 1 ครอบครัว 1 ซอฟต์พาวเวอร์ รวมทั้งนโยบายในการนำวัฒนธรรมสร้างเศรษฐกิจ เพื่อนำรายได้เข้าสู่ประเทศ ซึ่งในปีงบประมาณ 2567 วธ. มีโครงการสำคัญต่างๆ ที่จะขับเคลื่อนโดยเฉพาะโครงการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 72 พรรษา โครงการพัฒนาเมืองโบราณศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์ ที่องค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ประกาศให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมในปี 2566 โดยจะเพิ่มเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว ห้องน้ำ ร้านอาหาร และร้านค้าของที่ระลึก

รมว.วัฒนธรรม กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกันผู้แทนสำนักงบประมาณมีข้อแนะนำต่อการจัดทำโครงการต่างๆ ให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล THACCA และ 1 ครอบครัว 1 ซอฟต์พาวเวอร์ โดยเฉพาะการส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์ด้านวัฒนธรรมสร้างรายได้เข้าสู่ประเทศ และยกตัวอย่างการส่งเสริมและพัฒนาต่อยอดซอฟต์พาวเวอร์ด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเพื่อสร้างรายได้เข้าสู่ประเทศและชุมชน เช่น โครงการสุดยอดชุมชนต้นแบบเที่ยวชุมชนยลวิถี ซึ่งแต่ละปีคัดเลือก 10 ชุมชน ขณะนี้มีทั้งหมด 20 ชุมชน การฟื้นฟูโครงการ 10 ตลาดบก 6 ตลาดน้ำ และงานเทศกาลประเพณีเพื่อยกระดับสู่นานาชาติ 16 เทศกาล ซึ่งในปี 2567 จะคัดเลือกเพิ่มอีก 16 เทศกาล ขณะที่งานประเพณีลอยกระทง และแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม อาทิ อุทยานประวัติศาสตร์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จะมีการเชื่อมโยงกับแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ โดยบูรณาการการดำเนินโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมกับกระทรวงต่างๆ รวมทั้งประสานกับจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเครือข่ายทางวัฒนธรรม เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ นำองค์ความรู้ด้านมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมในแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมมาสร้างผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม เช่น ไอศกรีมศรีเทพ และสนับสนุนให้ประชาชนในชุมชน ผลิตและมีร้านค้าจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมโดยชาวบ้านในชุมชน รวมทั้งการนำนวัตกรรมและไอทีมาใช้เผยแพร่องค์ความรู้ด้านศิลปวัฒนธรรม


นายเสริมศักดิ์ กล่าวด้วยว่า ผู้แทนสำนักงบประมาณเสนอแนะให้หน่วยงานต่างๆ ของ วธ. จัดทำตัวชี้วัด ผลสัมฤทธิ์ และมูลค่าที่เกิดขึ้นจากการดำเนินโครงการของแต่ละหน่วยงานทั้งในมิติทางสังคมและเศรษฐกิจ เพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลและนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศและประชาชน ซึ่ง วธ. จะนำข้อเสนอแนะของผู้แทนสำนักงบประมาณ มาประกอบการพิจารณาในการจัดทำคำของบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ของ วธ. ต่อไป



