สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 25 ต.ค. ว่า เหตุการณ์สุดระทึกกลางอากาศในสหรัฐ เกิดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยนายโจเซฟ เดวิด เอเมอร์สัน ซึ่งนั่งอยู่ด้านหลังกัปตันในห้องนักบิน กล่าวว่า เขารู้สึกไม่สบาย ก่อนที่จะพยายามดับเครื่องยนต์ของเครื่องบิน ทำให้นักบินคนหนึ่งเข้าขัดขวาง และนำตัวเอเมอร์สันออกจากห้องนักบิน
หลังจากนั้น เอเมอร์สันร้องขอให้พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน ใส่กุญแจมือเขา และพยายามเอื้อมมือไปจับคันโยกเปิดทางออกฉุกเฉิน ระหว่างที่เครื่องบินกำลังลงจอด โดยหนึ่งในพนักงานต้อนรับที่อยู่ในเหตุการณ์ระบุว่า เอเมอร์สันพูดว่า “ผมทำทุกอย่างผิดพลาด” และ “ผมพยายามฆ่าทุกคน”
ในการสอบปากคำของตำรวจ เอเมอร์สันกล่าวกับผู้สืบสวนว่า เขามี “อาการทางประสาท” และไม่ได้นอนมานานถึง 40 ชั่วโมง อีกทั้งเขายังรับประทานเห็ดเมา เพื่อรักษาโรคซึมเศร้าของตัวเองด้วย
ด้านโฆษกสำนักงานอัยการสหรัฐ ระบุว่า ทางสำนักงานกำลังดำเนินการสอบสวนว่า เอเมอร์สันอยู่ภายใต้อิทธิพลของสารหลอนประสาทหรือไม่ ซึ่งนอกจากข้อหาพยายามฆ่าแล้ว เอเมอร์สันยังถูกตั้งข้อหากระทำการโดยประมาทอันเป็นอันตรายต่อผู้อื่น 83 กระทง และกระทำการอันเป็นอันตรายต่อเครื่องบินอีก 1 กระทง
อย่างไรก็ดี ผู้โดยสารบางคนกล่าวว่า ไม่มีผู้โดยสารคนไหนรับรู้ถึงเหตุการณ์ผิดปกติที่เกิดขึ้น จนกระทั่งพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินประกาศให้พวกเขาทราบว่า เครื่องบินจำเป็นต้องลงจอดทันที โดยให้เหตุผลถึงเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์ในเวลาต่อมา
ทั้งนี้ สำนักงานบริหารการบินแห่งชาติของสหรัฐ (เอฟเอเอ) ส่งคำแนะนำไปยังไปยังสายการบินต่าง ๆ ของประเทศ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า เหตุการณ์ดังกล่าวไม่มีความเชื่อมโยงกับสถานการณ์โลกในปัจจุบันใด ๆ ทั้งสิ้น
ขณะที่สำนักงานสอบสวนกลาง (เอฟบีไอ) ออกแถลงในวันเดียวกันว่า หน่วยงานกำลังดำเนินการสอบสวน และสามารถรับประกันกับสาธารณชนที่เดินทางได้ว่า มันจะไม่มีภัยคุกคามที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้อีก.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



