จากกรณี น.ส.แอน อายุ 29 ปี แม่ของ “น้องออร์แกน” ทารกวัยเพียง 2 วัน เข้าร้องเรียนต่อ นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด เพื่อขอความเป็นธรรม กรณีโรงพยาบาลแห่งหนึ่งใน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เรียกค่าผ่าคลอด 7,000 บาท แต่ตนไม่มีเงินให้ จึงให้ใช้ยาเหน็บเร่งคลอด กระทั่งทารกเสียชีวิตหลังคลอดออกมาได้เพียง 2 วัน หลังจากนั้นทางโรงพยาบาลไม่มีการชี้แจงให้ครอบครัวเข้าใจ จนทางครอบครัวไม่ยอมเผาร่างน้องได้นำร่างของน้องนำมาเก็บใส่โรงเย็นไว้ที่บ้านพักในชุมชนห้วยทรายใต้ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 24 ก.ย.ที่ผ่านมา

ล่าสุดวันที่ 25 ต.ค. นายกองโทสมศักดิ์ แย้มพันธุ์นุ้ย นายอำเภอชะอำ จ.เพชรบุรี ได้สั่งการให้ นายธีรพล ปรียานุภาพ ปลัดอาวุโสอำเภอชะอำ ได้ลงพื้นที่ติดตามตรวจเยี่ยมเรื่องดังกล่าว พร้อมพูดคุยให้กำลังใจ น.ส.แอน และครอบครัวที่สูญเสียลูกคนแรก โดยภายในห้องนอนเด็ก ทางครอบครัวและเพื่อนบ้านได้เตรียมรถเข็นเด็ก เบาะนอนเด็ก เสื้อผ้า ขวดนม ผ้าอ้อมเด็กและอุปกณ์เด็กแรกเกิดไว้ให้น้องแล้ว

ด้าน น.ส.แอน เปิดใจว่า เรื่องนี้ทางครอบครัวได้เดินทางไปยื่นหนังสื่อร้องเรียนที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาลสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงยุติธรรม เพื่อให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวแล้ว วันที่ 26 ต.ค.กระทรวงยุติธรรมจะส่งเจ้าหน้าที่มารับร่างของน้องออร์แกน ไปชันสูตรที่สถานบันนิติเวช เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัดอีกครั้ง หลังจากผลออกจะตั้งทนายเข้าให้การช่วยเหลือครอบครัวในเรื่องนี้ต่อไป

โดยเหตุเกิดวันที่ 20 ต.ค. คลอดวันที่ 22 ต.ค. น้องเสียชีวิตวันที่ 24 ต.ค. หลังจากนั้นมีการพูดคุยกันมา 4 ครั้ง แต่ไม่ได้ข้อสรุปอะไรให้ทั้งครอบครัว ครั้งที่ 1 ทางโรงพยาบาลเรียกไปให้เล่ารายละเอียดให้ฟังโดยทางโรงพยาบาลจะตรวจสอบเรื่องนี้ให้ ครั้งที่ 2 แจ้งว่าได้ตรวจสอบทางหมอแล้วเรื่องเงิน 7,000 บาท หมอแค่พูดเล่น ตนได้ยินแบบนี้รู้สึกเสียใจมากเรื่องนี้ไม่น่ามาพูดเล่น ครั้งที่ 3 แจ้งว่าจะทำเรื่องรับเงิน สปสช. เยียวยาให้ครอบครัวก่อนเรื่องก็เงียบไป จนมีผู้สื่อข่าวมาติดตามข่าวที่บ้านทางครอบครัวต้องการพูดคุยกับหมอเจ้าของไข้อยากให้ออกมารับผิดชอบแต่หมอก็ไม่เคยมาหาเลย ครั้งที่ 4 โรงพยาบาลแจ้งว่าจะนัดหมอเข้ามาพูดคุยที่บ้านจนปัจจุบันก็ยังเงียบหายไป ตนได้ยินว่าทางหมอได้ไปพูดกับพี่ที่ไปกับตนว่า ถ้าจะฟ้องให้ฟ้ององค์กรไม่ต้องฟ้องหมอเจ้าของไข้คนเดียว ตนรู้สึกเสียใจมากจึงไม่รอหมอเข้ามาคุยด้วยอีกแล้วจนต้องไปร้องสื่อเอง

ล่าสุดได้เดินทางไปที่กระทรวงยุติธรรม ส่งเรื่องให้กระทรวงสาธารณสุขตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งตั้งแต่วันเกิดเหตุทางครอบครัวได้นำร่างน้องมาเก็บไว้ที่บ้านยังไม่เผา โดยจะนำร่างน้องไปชันสูตรสระหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัดที่สถาบันนิติเวชฯเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัด เรื่องนี้ถ้าหมอออกมาคุยกับทางครอบครัวออกมาแสดงความรับผิดชอบตั้งแต่แรก ก็จะไม่มีการร้องเรียน ทางครอบครัวรู้สึกว่าหมอไม่ได้สนใจเลย ตั้งแต่เริ่มฝากครรภ์ ถามถึงเรื่องน้ำหนักตัวลูกทุกครั้งก็บอกน้ำหนักตัวลูกไม่เคยตรงกันสักครั้ง จึงอยากให้ทางหมอออกมาชี้แจงเรื่องที่เกิดขึ้น หลังจากผลชันสูตรร่างของน้องออกก็จะมีการตั้งทีมทนายช่วยเหลือเรื่องนี้ และส่งเรื่องให้ทางแพทย์สภาฯ เข้ามาช่วยดูแลเรื่องของตนต่อไป